ผู้เขียน: Rodney Davidson

ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าฯ กรุงโตเกียวย้ำ “ไม่ยกเลิกโตเกียวโอลิมปิก 2020”

ผู้ว่าฯกรุงโตเกียวย้ำไม่ยกเลิกโตเกียวโอลิมปิก

ผู้ว่าฯกรุงโตเกียวย้ำไม่ยกเลิกโตเกียวโอลิมปิก

ผู้ว่าฯกรุงโตเกียวย้ำไม่ยกเลิกโตเกียวโอลิมปิก

วันที่ 12 มีนาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็น “การระบาดใหญ่” หรือ pandemic หลังจากที่เชื้อได้ลุกลามไปใน 118 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวได้กล่าวกับสื่อในวันเดียวกันว่า ยังไม่มีการยกเลิกการจัดโตเกียวโอลิมปิก 2020 แต่อย่างใด

นางโคอิเกะเสริมว่า ทางรัฐบาลมีการทำงานและเตรียมการร่วมกับคณะกรรมการจัดงานและคณะกรรมการโอลิมปิกสากลอย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำว่าโตเกียวมีการเตรียมการที่ดีในสถานการณ์นี้ แม้ว่าทางคณะกรรมการจัดงานจะกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเลื่อนการจัดโตเกียวโอลิมปิกก็ตาม

วันที่ 12 มีนาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็น “การระบาดใหญ่” หรือ pandemic หลังจากที่เชื้อได้ลุกลามไปใน 118 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวได้กล่าวกับสื่อในวันเดียวกันว่า ยังไม่มีการยกเลิกการจัดโตเกียวโอลิมปิก 2020 แต่อย่างใด

นางโคอิเกะเสริมว่า ทางรัฐบาลมีการทำงานและเตรียมการร่วมกับคณะกรรมการจัดงานและคณะกรรมการโอลิมปิกสากลอย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำว่าโตเกียวมีการเตรียมการที่ดีในสถานการณ์นี้ แม้ว่าทางคณะกรรมการจัดงานจะกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเลื่อนการจัดโตเกียวโอลิมปิกก็ตาม

วันที่ 12 มีนาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็น “การระบาดใหญ่” หรือ pandemic หลังจากที่เชื้อได้ลุกลามไปใน 118 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียวได้กล่าวกับสื่อในวันเดียวกันว่า ยังไม่มีการยกเลิกการจัดโตเกียวโอลิมปิก 2020 แต่อย่างใด

นางโคอิเกะเสริมว่า ทางรัฐบาลมีการทำงานและเตรียมการร่วมกับคณะกรรมการจัดงานและคณะกรรมการโอลิมปิกสากลอย่างใกล้ชิด และเน้นย้ำว่าโตเกียวมีการเตรียมการที่ดีในสถานการณ์นี้ แม้ว่าทางคณะกรรมการจัดงานจะกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเลื่อนการจัดโตเกียวโอลิมปิกก็ตาม

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ความรู้ใหม่! ยืนบนบันไดเลื่อนฝั่งเดียวเว้นอีกฝั่งไว้อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

ยืนบนบันไดเลื่อนฝั่งเดียวเว้นอีกฝั่งไว้อาจไม่ปลอดภัย

ยืนบนบันไดเลื่อนฝั่งเดียวเว้นอีกฝั่งไว้อาจไม่ปลอดภัย

ยืนบนบันไดเลื่อนฝั่งเดียวเว้นอีกฝั่งไว้อาจไม่ปลอดภัย

 

หรือแม้แต่ประเทศไทยของเราในปัจจุบัน เป็นที่รู้กันว่าการยืนบนบันไดเลื่อนนั้นจะยืนเพียงฝั่งเดียวและเว้นอีกฝั่งเพื่อให้คนที่เร่งรีบได้เดินผ่าน ที่ญี่ปุ่นค่อนข้างจริงจังกับมารยาทข้อนี้มากๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่คนพลุกพล่านและเร่งรีบ แต่จริงๆ แล้วการเว้นที่อีกด้านของบันไดเลื่อนอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด จะไม่ปลอดภัยยังไงมาดูเหตุผลกันค่ะ

จุดเริ่มต้นของการยืนเว้นฝั่งหนึ่งบนบันไดเลื่อน

จุดเริ่มต้นของการยืนบนบันไดเลื่อนฝั่งเดียวเริ่มขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยมีการเรียกร้องให้เว้นที่อีกข้างของบันไดเลื่อนเพื่อลดความแออัด และถูกนำมาใช้ในประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี 1960 ในโตเกียว และช่วงปี 1970 ในโอซก้า จนกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วประเทศ

การเว้นบันไดเลื่อนด้านหนึ่งนั้นอันตราย

วิธีการเว้นด้านหนึ่งบนบันไดเลื่อนสำหรับคนที่เร่งรีบนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2019 สมาคมบันไดเลื่อนของญี่ปุ่นได้ประกาศข้อระวังการใช้บันไดเลื่อนในหลายๆ ที่ และติดข้อความว่า “อย่าเดินบนบันไดเลื่อนและกรุณาจับราวบันได”

ความสะดวกอย่างมีนัยยะของบันไดเลื่อน

บันไดเลื่อนนั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายของผู้คน แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้คนเดินได้ ไม่เหมือนกับบันได โดยบันไดเลื่อนจะมีความชันมากกว่าบันไดปกติ นอกจากนี้ ความสูงและความลึกของขั้นยังทำให้ใหญ่กว่าบันได จึงไม่ควรแซงหรือเดินบนบันไดเลื่อน ควรหยุดเดินและขึ้นบันไดเลื่อนแบบจับราวบันไดซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

เมื่อบันไดเลื่อนหยุดแบบฉุกเฉิน

หากบันไดเลื่อนมีการหยุดฉุกเฉินแบบไม่คาดคิด เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ อย่างไฟฟ้าดับหรือแผ่นดินไหว และผู้ใช้งานไม่ได้จับราวบันไดไว้นั้น อาจจะทำให้ล้มลงได้กะทันหัน และอาจส่งผลต่อคนที่ยืนอยู่ใกล้ให้ล้มลงไปพร้อมกัน และได้รับบาดเจ็บเป็นวงกว้าง

บันไดเลื่อนอาจเสื่อมเร็วกว่าเวลาที่คาดไว้

การยืนบนบันไดเลื่อนเพียงด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้ด้านนั้นรับน้ำหนักมากเกินไป ส่งผลเสียต่อด้านโครงสร้าง ทำให้เสื่อมสภาพได้เร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็นจริง

การเว้นบันไดเลื่อนด้านเดียวไม่ได้สะดวกสำหรับทุกคน

ในปี 2019 ผู้คนมากกว่า 70% คิดว่าการหยุดเดินบนบันไดเลื่อนนั้นดีกว่าและสะดวกกว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สบายใจกับการเดินบนบันไดเลื่อน นอกจากนี้ยังไม่สะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีอาการขาอ่อนแรงด้วย

การเว้นพื้นที่ให้ว่างเพียงด้านเดียวบนบันไดเลื่อนนั้นมีประสิทธิภาพจริงเหรอ จากเหตุผลสนับสนุนข้างต้น การยืนต่อแถวเพียงด้านเดียวนั้นเพิ่มความแออัดมากกว่าและยังส่งผลเสียต่อการทำงานของบันไดเลื่อนอีกด้วย การเปิดด้านใดด้านหนึ่งของบันไดเลื่อนนั้นมีความเสี่ยงต่อเหตุอันตราย ด้วยเหตุผลทางโครงสร้าง และในกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นแบบคาดการณ์ไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากความแออัดในการยืนเพียงฝั่งเดียวแต่ก็ไม่สามารถเดินขึ้นบันไดยาวๆ ได้

การเปลี่ยนกฎและมารยาทในญี่ปุ่นในทันทีอาจเป็นเรื่องยาก แต่ข้อเท็จจริงเหล่านี้อาจช่วยสร้างความตระหนักให้ทุกคนได้รับรู้ปัญหาอีกด้าน หากยังพบข้อผิดพลาดการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ทุกคนในสังคมได้ประโยชน์ร่วมกันมากที่สุดก็ถือเป็นเหตุผลที่ดีที่ควรรับฟังปัญหา  UFABET เว็บตรง

ของมันต้องลอง! ราเมงข้อสอบในรูปแบบถ้วย จากร้าน Ichiran Ramen

ของมันต้องลองราเมงข้อสอบในรูปแบบถ้วย

ของมันต้องลองราเมงข้อสอบในรูปแบบถ้วย

ของมันต้องลองราเมงข้อสอบในรูปแบบถ้วย

ของมันต้องลองราเมงข้อสอบในรูปแบบถ้วย

ข่าวดีของแฟน ๆ ร้าน Ichiran Ramen หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อราเมงข้อสอบ ตอนนี้ทางร้านได้ออกวางขายทงคตสึราเมน หรือราเมนซุปกระดูกหมู เมนูเด็ดของร้านในรูปแบบถ้วยเป็นครั้งแรกแล้ว โดยให้ชื่อว่า “อิชิรัน ทงคตสึ” (一蘭 とんこつ)

ราเมนรูปแบบถ้วยที่ใช้เวลาคิดค้นถึง 20 ปี

กว่าจะถึงวันนี้ ทางร้านใช้เวลาถึง 20 ปีในการคิดค้นสูตรที่ทำให้ลูกค้าสามารถลิ้มลองรสชาติของ Ichiran Ramen อย่างแท้จริงได้จากราเมนรูปแบบถ้วย ทางร้านตั้งราคาสินค้าชิ้นนี้ไว้ที่ 490 เยน แม้จะไม่มีเครื่องอย่างผักหรือเนื้อสัตว์ใส่มาด้วย  ถือว่าเป็นราคาที่ไม่ถูกเลยสำหรับราเมนในรูปแบบถ้วย

ออกขายไม่ทันไร ของหมดไป ไวเหมือนโกหก

“อิชิรัน ทงคตสึ” ออกวางขายตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ร้านขายของทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นดองกี้โฮเต้หรือลอว์สัน อีกทั้งยังมีขายที่หน้าร้าน Ichiran Ramen และในเว็บไซต์ของร้านอีกด้วย วางขายได้ไม่นาน ก็ขายหมดเกลี้ยงในหลายๆ จนเกิดคำว่า “ผู้ลี้ภัยอิชิรัน” ในโลกออนไลน์ ซึ่งคำนี้สื่อถึงคนที่พยายามตามหาซื้อ อิชิรัน ทงคตสึ ในหลาย ๆ ที่ แต่ก็หาซื้อไม่ได้สักที แม้แต่ในเว็บไซต์ของทางร้านเองก็ประกาศว่าไม่มีของในสต็อกแล้ว และจะเริ่มขายอีกครั้งตอนต้นเดือนมีนาคม

สินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในงาน Supermarket Trade Show 2021

ร้าน Ichiran Ramen ได้ไปออกบูทในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม Supermarket Trade Show 2021 ที่จัดขึ้น ณ Makuhari Messe จังหวัดชิบะ ระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา พนักงานของร้านกล่าวว่าในงานตลอด 3 วันน่าจะขาย อิชิรัน ทงคตสึ ไปประมาณ 4 แสนถ้วยได้ ภายในงานผู้คนต่างต่อคิวยาวเหยียดเพื่อที่จะได้ลองชิมรสชาติของราเมนในรูปแบบถ้วยนี้ พนักงานของร้านยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้ดองกี้โฮเต้ได้สั่งซื้อ อิชิรัน ทงคตสึ เพิ่มไปแล้ว หากลูกค้าท่านใดที่ยังหาซื้อไม่ได้ กรุณาลองไปที่ดองกี้โฮเต้ดู อาจจะมีโอกาสซื้อได้สูง สำหรับคนไทยเรา ก็คงต้องรอว่าดองกี้โฮเต้สาขาประเทศไทยจะนำเข้ามาเมื่อไหร่นะคะ  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ของมันต้องมี! ไปรษณีย์ญี่ปุ่นวางจำหน่ายแสตมป์ 1 เยนรูปแบบใหม่ในรอบ 70 ปี

ไปรษณีย์ญี่ปุ่นวางจำหน่ายแสตมป์1 เยนในรอบ 70 ปี

ไปรษณีย์ญี่ปุ่นวางจำหน่ายแสตมป์1 เยนในรอบ 70 ปี

ไปรษณีย์ญี่ปุ่นวางจำหน่ายแสตมป์1 เยนในรอบ 70 ปี

เพื่อน ๆ คนไหนเป็นนักสะสมแสตมป์บ้างคะ แล้วมีใครบ้างที่ยังส่งจดหมายหรือ ส.ค.ส. อยู่ แม้ว่าสมัยนี้จะมีอีเมลหรือสื่ออื่น ๆ ที่ทำให้การสื่อสารสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่คนญี่ปุ่นก็ยังคงเขียนจดหมาย ส่ง ส.ค.ส. กันอยู่เป็นประจำนะคะ ว่ากันว่า แม้อีเมลจะรวดเร็วแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะความคลาสสิกของกระดาษและลายมือจริง ๆ ที่คนเขียนได้ค่ะ

แสตมป์ 1 เยนรูปแบบใหม่

 

แสตมป์ของประเทศญี่ปุ่นมีหลายราคา หลากหลายลวดลายด้วยกันค่ะ แต่แสตมป์ราคา 1 เยนเนี่ย มีแค่ลายเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือหน้าของมาเอะจิมะ ฮิโซกะ (前島密) บิดาแห่งไปรษณีย์ญี่ปุ่น จนวันที่ 14 เมษายน 2564 ไปรษณีย์ญี่ปุ่นได้ออกแสตมป์ 1 เยนลายใหม่ในรอบประมาณ 70 ปี โดยเอาตัวการ์ตูนคาแร็กเตอร์น่ารักประจำไปรษณีย์ญี่ปุ่นอย่าง โพซึคุมะ (ぽすくま) มาทำเป็นลายใหม่

โพซึคุมะ

 

โพซึคุมะ เป็นตุ๊กตาหมีน่ารัก คาแร็กเตอร์ของไปรษณีย์ญี่ปุ่น โดยทางไปรษณีย์ญี่ปุ่นได้สร้างเรื่องราวเกี่ยวกับโพซึคุมะไว้ว่า เป็นตุ๊กตาหมีที่ทำอาชีพบุรุษไปรษณีย์ ทำงานอยู่ที่ไปรษณีย์ในป่า คอยส่งจดหมายให้ผู้คนด้วยหน้าตายิ้มแย้มสดใส พลางคิดในใจว่าจดหมายนี้ใครส่งมากันหนอ คนที่ได้รับจดหมายนี้เป็นใครกันหนอ ส่วนของที่ชอบก็คือดอกไม้ และขนมปังปิ้งทาน้ำผึ้งที่เป็นอาหารเช้านั่นเอง โพซึคุมะมีเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ มีทั้งตุ๊กตาหมีตัวอื่นหลากสีที่ช่วยส่งจดหมาย นกฮูกที่คอยสอนวิธีเขียนจดหมาย และโคอาล่ามีชอบเขียนจดหมายเป็นชีวิตจิตใจ

เสียงจากผู้ใช้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง

 

 

ทางไปรษณีย์ญี่ปุ่นกล่าวว่าแสตมป์ 1 เยนที่เป็นรูปหน้าของมาเอะจิมะ ฮิโซกะมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1951 (พ.ศ. 2594) โดยมีแค่ลายเดียวเท่านั้น แต่ต่อมาหลังจากญี่ปุ่นขึ้นภาษีผู้บริโภค ค่าธรรมเนียมไปรษณีย์ก็เปลี่ยนไปด้วย โดยมีเศษย่อย ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้คนต้องใช้แสตมป์ 1 เยนกันมากขึ้น แล้วก็มีเสียงจากผู้ใช้ออกมาอย่างต่อเนื่องว่า “อยากได้ลวดลายน่ารัก ๆ” “ขอให้ทำแสตมป์น่ารักออกมาที” ทางไปรษณีย์ญี่ปุ่นจึงตอบสนองความต้องการของผู้ใช้โดยการออกแสตมป์ 1 เยนลายหมีน้อยน่ารักนี้ออกมา โดยทำเป็นแบบสติกเกอร์ลอกและแปะได้เลย ขายเป็นเซ็ต เซ็ตละ 50 ดวง ในราคา 50 เยน

สล็อตเว็บตรง

การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด) เมื่อไต้หวัน “ไม่เอาวัคซีนจีน” แต่ยินดีรับวัคซีนจากญี่ปุ่น!!!

การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด)ไต้หวันไม่เอาวัคซีนจีน

การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด)ไต้หวันไม่เอาวัคซีนจีน

การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด)ไต้หวันไม่เอาวัคซีนจีน

การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด)ไต้หวันไม่เอาวัคซีนจีน

การเมืองเรื่องวัคซีน (โควิด)ไต้หวันไม่เอาวัคซีนจีน

ช่วงนี้คุณผู้อ่านเบื่อกับข่าววัคซีนรายวันของประเทศไทยบ้างไหมครับ? วัคซีนไม่พอฉีด วัคซีนไม่น่าเชื่อถือ วัคซีนไปรอคิวพอถึงคิวโดนไล่ บอกว่าไม่มีชื่อ วัคซีนมีคนหัวใสขายบัตรคิว ฯลฯ อยากจะบอกว่า เรื่องวัคซีนโควิดน่ะตอนนี้มันกลายเป็นประเด็นการเมืองในระดับนานาชาติไปแล้ว แน่นอนเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันก็มาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับวัคซีนโควิดไปด้วย ซึ่งงานนี้ญี่ปุ่นก็อุตส่าห์ไปมีเอี่ยวด้วย เรื่องจะเป็นอย่างไรมาติดตามอ่านกันครับ

ญี่ปุ่นได้ส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 1,240,000 โดส ให้แก่ไต้หวัน โดยวัคซีนมาถึงสนามบินไต้หวันเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ในการนี้ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินของไต้หวันได้กล่าวขอบคุณต่อรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านทางโซเชียล สื่อยังได้รายงานว่า เมื่อเครื่องบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAL) บรรทุกวัคซีนมาถึง พนักงานหอควบคุมที่สนามบินเถาหยวนได้กล่าวว่า “ถึงเที่ยวบิน JL809 ชาวไต้หวันทุกคนรู้สึกขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือจากญี่ปุ่น” และกัปตันได้ตอบกลับไปว่า “ยินดีครับ” แน่นอนว่าโลกโซเชียลทั้งของไต้หวันและญี่ปุ่นปลื้มปริ่มกับบทสนทนานี้กันมากๆ ว่าเป็นบทสนทนาที่ช่างดูอบอุ่นเอื้ออาทรเสียนี่กระไร  (งานนี้ต้องเรียกว่า “วัคซีนมิตรภาพ”)

เป็นเรื่องที่ น่าชื่นใจ ในความสัมพันธ์อันดี ญี่ปุ่น-ไต้หวัน นะครับ

…หันมาดูอีกด้านครับ…

ที่ผ่านมา ไต้หวันประสบความล้มเหลวในการจัดหาวัคซีนเพื่อให้พอใช้ในประเทศ ซึ่งทำให้อัตราการได้รับวัคซีนของประชาชนในประเทศต่ำมาก อยู่ที่แค่ 1.4% ของประชากรทั้งหมด จากการที่ประชาชนไต้หวันมีอัตราการได้รับวัคซีนต่ำมากนี่เอง ทำให้ก่อนหน้านี้ จีนแผ่นดินใหญ่ได้แสดงความจำนงที่จะจัดสรร “วัคซีนที่ผลิตในจีน” มาให้ไต้หวัน แต่คณะกรรมการกิจการด้านแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน (台湾行政院大陸委員会) ได้ “ปฏิเสธ” ไม่เอาวัคซีนจีน โดยถือว่าวัคซีนจีนเป็น “กลยุทธ์ที่แผ่นดินใหญ่จะเข้ามาควบรวมไต้หวัน” ทั้งยังเป็นการตอบโต้ที่ก่อนหน้านี้ จีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาขัดขวางไม่ให้ประธานาธิบดีไช่ทำสัญญาวัคซีนกับบริษัทไฟเซอร์ด้วย

ในการที่ไต้หวันไม่เอาวัคซีน “ผลิตในเมืองจีน” แต่ยินดีรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า “จากญี่ปุ่น” นั้น นายโจเซฟ อู่ รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวันถึงกับออกตัวเบอร์แรง โดยกล่าวว่า  “ไต้หวันขอต่อต้านประเทศเผด็จการ และสนับสนุนประชาธิปไตยและเสรีภาพ” และยังกล่าวอีกว่า “ข้าฯ ดีใจที่ประเทศที่มีแนวคิดเดียวกับเราให้การสนับสนุนเรา”

 

โอ้โฮเฮะ โลกเรามาถึงจุดที่วัคซีนโควิดกลายเป็นเครื่องแสดงออกถึงการเลือกข้างเลือกค่ายกันไปแล้วหรือนี่ ยังไม่พอ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนจะช่วยเหลือไต้หวันด้วยการส่งมอบวัคซีนให้อีก 750,000 โดส โดยนางแทมมี่ ดักเวิร์ธ ผู้แทนคณะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งได้ไปเยือนไต้หวันเมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมา  ได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสหรัฐอเมริกาที่ไต้หวันจะได้อยู่ในข่ายที่ได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรก” “เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเป็นหุ้นส่วนดังกล่าว” แต่อย่างไรก็ดี ในการมาเยือนครั้งนี้คณะวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ใช้เครื่องบิน C-17 ซึ่งเป็น “เครื่องบินขนส่งทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่” ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “ผิดวิสัย”

บอกตรงๆ ไม่มีอะไรที่น่าหัวร่อสำหรับผู้เขียนเท่ากับเรื่องที่ว่า “ไต้หวันไม่เอาวัคซีน (ที่ผลิตใน) จีน” นี่แหละครับ รู้สึกดีใจแทนประชาชนไต้หวันที่รัฐบาลฉลาดพอที่จะไม่เอา “วัคซีนจีน” มาใช้แม้ในยามที่ประเทศของตนขาดแคลนวัคซีน และก็รู้สึกเสียใจกับประชาชนในบางประเทศ ที่ถูกรัฐบาลของตน “เข” ให้ฉีด “วัคซีนจีน” ใครอยากได้วัคซีนอย่างอื่นก็ไปเสียเงินฉีดเองนะจ๊ะ วัคซีนจีนนั้นดีเหลือหลาย ถ้าฉีดแล้วตายได้ตั้งสี่แสน เตร้งเตรงเตร่งเตร๊ง เตรงเตร่งเตร๊งเตรงเตรง ลิเกหลงโรงก็ขอลาท่านผู้อ่านไปก่อนแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ  สล็อตเว็บตรง

สานฝันดูเอลสิสต์! ผุดแคมเปญขอบรรจุไพ่ยูกิในโอลิมปิก!

สานฝันดูเอลสิสต์

สานฝันดูเอลสิสต์

สานฝันดูเอลสิสต์

แฟนคลับยูกิโอะหรือเหล่าดูเอลสิสต์ทั้งหลายห้ามพลาดเลยนะคะ เพราะตอนนี้มีคนทำแคมเปญล่ารายชื่อยื่นขอบรรจุไพ่ยูกิหรือ “Yu-Gi-Oh! Official Card Game” ลงในกีฬาโอลิมปิกค่ะ!

ร่วมใจส่งไพ่ยูกิไปโอลิมปิก!

 

แคมเปญล่ารายชื่อเพื่อขอขึ้นทะเบียนไพ่ยูกิในกีฬาโอลิมปิกสร้างขึ้นโดยคุณ Xiran Jay Zhao ยูทูปเบอร์ชาวแคนาดา โดยเธอให้เหตุผลในการขึ้นทะเบียนกีฬาชนิดนี้ต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ว่า เป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะ 3 ประเภท ได้แก่ “ความคล่องแคล่ว” ในการจั่วไพ่ “ทักษะด้านกีฬา” ในการจัดการไพ่ และ “ความอดทน” ที่ต้องใช้ในการแข่งขัน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงชื่อได้ที่ Make Yugioh an Olympic sport

 

เกมกลคนอัจฉริยะเป็นมังงะเรื่องยาวสุดฮิตในยุค 90 เกี่ยวกับการเล่นการ์ดเกมโดยอ.คาซูกิ ทากาฮาชิ ตีพิมพ์ลงในนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์ บอกเล่าเรื่องราวของ “มุโต้ ยูกิ” หนุ่มม.ปลายที่ชอบเล่นเกมผู้มีนิสัยที่ขี้อาย วันหนึ่งยูกิได้ไขปริศนาอียิปต์โบราณหรือตัวต่อพันปีได้สำเร็จ ทำให้ร่างกายวิญญาณฟาโรห์ไร้นามที่ชอบความท้าทายเข้าสิง ตั้งแต่นั้นเมื่อยูกิหรือเพื่อนๆ ถูกคุกคาม ยูกิอีกคนจะปรากฏตัวออกมาและท้าดวลด้วยเกมแห่งความมืด มังงะและอนิเมะประสบความสำเร็จมากจนทำให้กระแสเทรดดิ้งการ์ดเกมแพร่ไปทั่วโลก โดยกินเนสส์ยังบันทึกไว้ว่าเป็นเกมการ์ดที่ขายดีที่สุดในโลกอีกด้วย

 

กระแสตอบรับก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่แคมเปญนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการแพร่กระจายของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีค่ะ ส่วนตัวก็เคยเป็นดูลเอลลิสต์เหมือนกันและยอมรับว่าไพ่ยูกิไม่ง่ายเลย ต้องใช้ความทักษะอย่างมากตามที่คุณ Xiran Jay Zhao กล่าว สำหรับใครที่สนใจอย่าลืมเข้าไปลงรายชื่อได้ที่ลิ้งค์ด้านบนนะคะ เสียงของคุณอาจช่วยทำให้ไพ่ยูกิถูกบรรจุในโอลิมปิกจริงๆ ก็ได้!    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ญี่ปุ่นกับการปรับตัวเชิงนโยบาย “(เราต้อง) อยู่กับโควิด (ให้ได้)”

ญี่ปุ่นกับการปรับตัวเชิงนโยบาย

ญี่ปุ่นกับการปรับตัวเชิงนโยบาย

ญี่ปุ่นกับการปรับตัวเชิงนโยบาย

ญี่ปุ่นกับการปรับตัวเชิงนโยบาย

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ปี 2564 นี้ประเทศไทยเราเจอกับวิกฤติโควิดที่หนักหนายิ่งกว่าปี 2563 ทั้งเรื่องยอดผู้ติดเชื้อ ทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจเจอคำสั่งปิดนั่นปิดนี่ จนกิจการห้างร้านบางประเภทเช่นร้านนวด ร้านเกม อาจถึงคราวต้องอวสาน ส่วนร้านอาหารก็ต้องดิ้นรนกันไป ห้างเดี๋ยวนี้สองทุ่มร้านรวงปิดหมดแล้วคนเดินไม่มี ส่วนญี่ปุ่นนั้น เขาเลิกคิดเรื่องล็อคดาวน์ปิดนั่นปิดนี่แล้วครับ เขาตัดสินใจออกนโยบาย WITH CORONA กันแล้ว “เราต้องอยู่กับมัน (ให้ได้)” จะเป็นอย่างไรตามไปอ่านกันเลยครับ

ญี่ปุ่นกับนโยบาย WITH CORONA

เมื่อต้นเดือนตุลามที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ยกเลิกมาตรการต่างๆ ภายใต้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วโดยประกาศว่า “เราต้องอยู่กับโควิด (ให้ได้)” ซึ่งทั่วประเทศก็พากันขานรับอย่างคึกคัก เกิดการเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ แบบว่าอ่านแล้วงงเลย อาทิเช่น “ฉีดวัคซีนที่ร้านยากินิคุ” (หา)

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่เกียวโต ร้านเนื้อย่างยากินิคุแห่งหนึ่งได้เป็นที่ให้บริการฉีดวัคซีน (โห คิดได้ไง) มีคนมารับบริการฉีดถึง 200 คน ซึ่งทางผู้บริหารร้านบอกว่า ที่ทำก็เพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทางร้าน (ประมาณว่าร้านนี้ปลอดภัยไร้โควิด) เพราะที่ผ่านมาปีนี้เจอภาวะฉุกเฉินเข้าไปจนทั้งปีมานี้ได้เปิดร้านแค่ 14 วันเท่านั้นเอง (โถ น่าสงสาร)

ส่วนคนลากรถบริการนักท่องเที่ยวที่ย่านอาซากุสะ โตเกียว บอกว่า เมื่อสุดสัปดาห์ต้นเดือนตุลาคมมานี้ “จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าสัปดาห์ที่แล้วสองเท่า รู้สึกเหมือนได้เริ่มต้นใหม่” ส่วนที่ย่านกินซ่านั้นมีคนมาเดินเที่ยวเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เรียกว่ามาเดินเที่ยวกันแบบไม่สนพายุไต้ฝุ่นกันเลย

ส่วนสนามบินฮาเนดะก็กลับมาเต็มไปด้วยผู้โดยสาร บางคนบอกว่าเขารอยกเลิกภาวะฉุกเฉินมานานละ (ในที่สุดจะได้นั่งเครื่องบินกลับบ้านเสียที) จากข้อมูลของ Japan Airlines จำนวนการจองเที่ยวบินภายในประเทศต่อวันจากที่อยู่แค่ราว 5,000 คนเมื่อต้นเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คนต่อวัน ณ สิ้นเดือนกันยายน เรียกว่าคนคอยท่าอยากนั่งเครื่องบินหลังยกเลิกภาวะฉุกเฉินกันเต็มแก่แล้ว

การที่ญี่ปุ่นตัดสินใจหันมาใช้นโยบาย “อยู่กับโควิด” เพราะเห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงไปมาก (สวนทางกับบางประเทศ) จึงเห็นว่าญี่ปุ่นควรจะ “ผ่อนคลายกฎระเบียบ” และ “กระตุ้นการบริโภค “โดยเฉพาะธุรกิจภาคบริการเช่นร้านอาหาร โรงแรม ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักขนาดที่ว่ากันว่ามีคนต้องตกงานถึง 600,000 คน จากผลกระทบในคราวนี้ นอกจากนี้ความเครียดจากภาวะฉุกเฉินยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมอีกอย่างนั่นคือ CUS-HARA (Customer Harassment) ก็คือกรณีที่ลูกค้านั้นไปล่วงละเมิดพนักงานบริการด้วยการใช้กิริยาวาจารุนแรง (เหมือนในเมืองไทยมีมนุษย์ป้าไปวีนใส่เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารอะไรประมาณนี้) ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้มีมาก่อนโควิดแล้ว แต่โควิดนี่แหละทำให้มีเรื่องพวกนี้มากขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องที่พนักงานโดนคุกคามนั้นหลายกรณีมาจากการที่พนักงานไปเตือนลูกค้าเรื่องไม่ใส่หน้ากากภายในร้านนี่แหละครับ ว่ากันว่าที่อเมริกาเองก็มีคดีที่พนักงานถูกลูกค้าทำร้ายเพราะไปขอให้ลูกค้าสวมหน้ากาก เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีคดีเกี่ยวกับการไปขอให้ลูกค้าแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน (ก่อนเข้าร้าน) ด้วย (โชคดีว่าคนไทยนี่เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำตาม ตามเซเว่นฯ หรือแม็คโครเวลาขอให้วัดอุณหภูมิหรือสวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้าร้านก็ทำตามกันโดยดี ไม่เห็นว่าจะมีคดีว่ามีใครวีนไม่ยอมทำ—ผู้เขียน)

 

การประกาศนโยบาย “อยู่กับโควิด” คราวนี้ทำให้ร้านอาหารพากันขานรับ เครือร้านอิซากายะ “วาตามิ” ประกาศว่าจะยังคงจ้างพนักงานต่อไปและค่อยๆ ทยอยกลับมาเปิดร้าน โดยในปีนี้จะจ้างคนเพิ่มอีก 100 คน ส่วนเครือร้านอิซากายะ “ทสึคาดะโนโจ” ก็มีโครงการจะฝึกอบรมพนักงานเป็นพ่อครัวยากิโทริและซูชิ แสดงว่านโยบาย “อยู่กับโควิด” นั้นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ธุรกิจบริการขึ้นมาแล้ว ซึ่งเป็นที่คาดหวังว่า ในเดือนเมษายนปีหน้า การบริโภคก็จะกลับมาดังเดิมได้อีกครั้ง

เมืองไทยจะมีโมเมนต์แบบนี้กับเขาไหมครับ (ฮา)  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

 

เกิดอะไรขึ้น!? เมื่อค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นต่ำกว่าเกาหลีใต้

เมื่อค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นต่ำกว่าเกาหลีใต้

เมื่อค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นต่ำกว่าเกาหลีใต้

เมื่อค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นต่ำกว่าเกาหลีใต้

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน อย่างที่รู้ๆ กันว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นคู่แข่งดีชิงเด่นกันมาตลอดในหลาย ๆ เรื่อง เมื่อไม่นานมานี้มีบทความที่ทำให้คนญี่ปุ่นหน้าม้านสะท้านใจว่า ค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นนั้น “ถูกเกาหลีใต้แซงหน้า” เสียแล้ว

วารสารไดมอนด์ออนไลน์ฉบับวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ตีพิมพ์บทความที่ระบุว่า อัตราค่าจ้างของคนญี่ปุ่นอยู่รั้งท้ายของกลุ่ม 7 ประเทศอุตสหกรรมชั้นนำ G7 (อันได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) โดยอยู่ในอันดับท้าย ๆ ใกล้เคียงกับอิตาลีมาโดยตลอด แต่แล้วในปี 2015 ก็ปรากฎว่าเกาหลีใต้ที่อยู่นอกกลุ่มมีอัตราค่าจ้างสูงกว่าเสียแล้ว แถมยิ่งทีช่องว่างของอัตราค่าจ้างยิ่งห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

ค่าจ้างคนญี่ปุ่นคงที่มาตลอด 20 ปี
ผลการสำรวจขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า ในปี 2000 ค่าจ้างเฉลี่ยต่อปีของคนญี่ปุ่นอยู่ที่ 38,364 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.22 ล้านเยนหรือ 1.26 ล้านบาท) อยู่ในอันดับที่ 17 จาก 35 ประเทศสมาชิก ในปี 2020 ค่าจ้างเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 38,514 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.23 ล้านเยนหรือ 1.29 ล้านบาท) แต่ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 22 จึงเป็นความจริงที่น่าตกใจว่า ค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นปรับขึ้นเพียง 0.4% หรือเรียกได้ว่าแทบไม่เพิ่มขึ้นเลยตลอดช่วงระยะเวลายาวนานถึง 20 ปีที่ผ่านมา ค่าจ้างเฉลี่ยต่อปีของคนญี่ปุ่นในปัจจุบันยังต่ำกว่าเกาหลีใต้อยู่ถึง 3,445 ดอลลาร์ (ประมาณ 379,000 เยน หรือ 110,000 บาท) ทีเดียว

Diamond Online กล่าวถึงเหตุผลห้าประการที่ทำให้อัตราค่าจ้างเปลี่ยนแปลงน้อยมาก หนึ่งในเหตุผลนั้นคือ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการจ้างแรงงานระยะยาวโดยกดเงินค่าจ้าง” ในขณะที่เกาหลีใต้มีการปรับปรุงกฎข้อบังคับการทำงานมาตลอดตั้งแต่ปี 1998 และมีสหภาพแรงงานที่มีจุดยืนอันแข็งแกร่งมีอำนาจในการต่อรองกับนายจ้างทำให้แรงงานได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  สล็อตเว็บตรง

 

เนื้อหาข่าวข้างต้นถูกนำไปตีพิมพ์เป็นหัวข้อข่าวในหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ของญี่ปุ่นหลายฉบับ แน่นอนว่าเรื่องเกทับได้อย่างนี้เกาหลีไต้ไม่มีพลาด สื่อเกาหลีใต้เลยนำไปเขียนเป็นข่าวตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 21 ตุลาคม 2021 อาทิเช่น “ค่าจ้างเฉลี่ยของคนญี่ปุ่น 4.24 ล้านเยนต่ำกว่าเกาหลีใต้ที่ได้ 4.62 ล้านเยน” “อัตราค่าจ้างคนญี่ปุ่นไม่ขยับ 30 ปี รั้งอันดับที่ 22 ใน OECD เกาหลีใต้แซงได้ตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว” รวมถึงการวิเคราะห์สาเหตุ เช่น “การขยายตัวของผู้ไม่ได้ทำงานประจำ และอัตราการสร้างแรงงานที่ลดต่ำลง รวมถึงสหภาพแรงงานที่ลดต่ำลงเหลือเพียง 16.7%” เป็นต้น

 

นั่นละครับ สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เรา ๆ อยู่วงนอกก็จริง แต่รับทราบเรื่องนี้กันไว้บ้างก็ดีเพราะในไทยก็มีบริษัทญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย สำหรับวันนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้ก่อน สวัสดีครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

ฮือฮา! ดองกิเปิดตัว “ทีวีที่ไม่ต้องจ่ายค่าสัญญาณ NHK”

ทีวีที่ไม่ต้องจ่ายค่าสัญญาณ NHK

ทีวีที่ไม่ต้องจ่ายค่าสัญญาณ NHK

ทีวีที่ไม่ต้องจ่ายค่าสัญญาณ NHK

ทีวีที่ไม่ต้องจ่ายค่าสัญญาณ NHK

ปัจจุบันในยุคที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้านมากกว่าออกไปเสี่ยงกับโควิดข้างนอกแบบนี้ ธุรกิจต่างๆ ก็มีการปรับเปลี่ยนตัวเองในหลายรูปแบบ ทำให้เรามักเห็นสินค้าภายใต้แบรนด์มากมายที่แตกต่างไปจากเดิม เพิ่มเติมคือช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปมากยิ่งขึ้น

และเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2021 ที่ผ่านมา บริษัท Pan Pacific International Holdings ที่บริหารโดย “ดองกิโฮเต้” ร้าน Discount Store ชื่อดังของญี่ปุ่นก็กำลังเป็นกระแสบนโลกโซเชียลญี่ปุ่นอย่างมาก หลังเปิดตัวจำหน่าย “Smart TV สำหรับรับชมภาพยนตร์หรือวิดีโอทางอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะ” ซึ่งมีจุดขายอยู่ที่การ “ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม NHK” ค่ะ  สล็อตเว็บตรง

ทีวีที่ไม่ไม่ใช่ทีวี

ทีวีดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2021 ภายใต้บริษัท PB (Private Brand) ของดองกิเอง โดยใช้ชื่อ “Smart TV Tunerless” มาพร้อมฟังก์ชัน Android OS ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว สามารถรับชมวิดีโอ รายการ หรือภาพยนตร์ต่างๆ แบบออนไลน์ได้แม้จะไม่มีเครื่องรับสัญญาณ

เมื่อเราใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น การฆ่าเวลาที่ดีที่สุดสำหรับบางคนอาจเป็นการดูทีวี แต่สำหรับบางคนที่ไม่ชอบดูรายการที่ฉายตามทีวี ก็เริ่มหันไปหาบริการสตรีมมิงออนไลน์ เพราะสามารถเลือกชมทั้งรายการหรือภาพยนตร์ได้หลากหลายตามความชื่นชอบ และยังสามารถรับชมได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

ด้านความเป็นมาคือ “เดิมทีได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าจำนวนมากว่า “ไม่ต้องมีเครื่องรับสัญญาณก็ได้” อาจเพราะทีวีทั่วไปนั้นจำเป็นต้องชำระค่ารับสัญญาณ NHK เพื่อดูรายการทีวีต่างๆ ซึ่งหลายคนอาจมองว่าไม่มีความจำเป็นแล้วในเมื่อ “ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป แทนที่จะมานั่งดูรายการทีวีแบบเรียลไทม์ ผู้คนส่วนมากมักจะเลือกชมสิ่งที่ตนชอบและอยากดูมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทีมพัฒนาตระหนักถึงจุดนี้”

ไม่ต้องจ่ายค่ารับสัญญาณ NHK ได้จริงเหรอ?

แม้จะมีราคาที่ย่อมเยาเพียง 21,780 เยนสำหรับรุ่น 24 นิ้ว และ 32,780 เยนสำหรับรุ่น 42 นิ้ว (รวมภาษีแล้ว) แต่จุดที่น่าสนใจจนทำให้กลายเป็นกระแสดังในโซเชียลคือ “เป็นทีวีที่ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม NHK” ทำให้เป็นที่พูดถึงอย่างมาก แถมยังเป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์อีกด้วย

กฎหมายของญี่ปุ่นมีการกำหนดไว้ว่า “ผู้ใดที่ติดตั้งเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ที่สามารถรับสัญญาณการถ่ายทอดของ NHK ได้ จำเป็นต้องทำสัญญากับทาง NHK ด้วย” ซึ่งสัญญาดังกล่าวคือการจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับสัญญาณออกอากาศของทาง NHK

แต่เนื่องจากเจ้า Smart TV Tunerless นี้ไม่มีตัวรับสัญญาณ ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อรับชมรายการต่างๆ ที่ออกอากาศทางทีวีแล้ว เพียงแค่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตก็สามารถเลือกชมสิ่งที่อยากดูได้ตามแพ็กเกจที่เราเลือกจ่าย ไม่ว่าจะเป็น Fire TV Stick, Chromecast, YouTube, Netflix, Amazon Prime Video หรือ Hulu ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ดูรายการที่ออกอากาศผ่านทางทีวีย่อมไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมให้ NHK อยู่แล้ว ทีวีเครื่องนี้จึงช่วยตอบโจทย์ให้ได้ดีทีเดียว

คาดหวังด้านสเป็คได้ไหม?

เพราะเป็น Private Brand ของดองกิ ที่เพิ่งจะเปิดตัวมาไม่นานด้วย ทำให้มีคอมเมนต์ที่แสดงความไม่เชื่อถือด้านสเป็คของทีวีอยู่บ้าง แต่เสียงตอบรับจากผู้ใช้งานกล่าวว่า “ถึงคุณภาพเสียงจะตามราคา แต่คุณภาพของภาพกลับดีกว่าที่คิด” และบางคนยังรู้สึกพอใจมากเพราะไม่ได้คาดหวังแต่กลับได้รับคุณภาพที่ดีเกินคาด

ยิ่งไปกว่านั้นทางดองกิเองก็ได้ทำแบบสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าต่อคุณภาพสินค้าเตรียมเอาไว้แล้วด้วย หากลูกค้ารู้สึกว่าได้ของที่ไม่ดีลูกค้าจะทำอย่างไร หรืออยากติจุดใดหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้รวบรวมมานั้นพบว่า ลูกค้าเห็นว่าเพราะคุณภาพสมกับราคา แม้จะไม่ได้พึงพอใจในระดับมากก็ไม่ถึงกับอยากขายทิ้ง นอกจากนี้แม้คุณภาพอาจไม่ได้ดีเยี่ยมแต่ก็ไม่มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่อยากให้ปรับปรุงอีกด้วย

ทางบริษัทกล่าวว่าจนถึงปัจจุบันสามารถขายไปได้แล้วประมาณ 2,000 เครื่อง ถึงแม้จะไม่ใช่บริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่แต่ก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีทีเดียว

ดองกิที่มีเอกลักษณ์แตกต่างด้วยภาพลักษณ์ที่มีความสนุกสนาน ตรงกันข้ามกับร้านค้าปลีกรายอื่นที่จริงจังและมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของการบริการทำให้สัมผัสถึงความสนุกสนานได้ค่อนข้างยาก ความสนุกสนานของดองกิถือเป็นจุดแข็งจุดหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าได้เสมอมา ซึ่งทำให้ดองกิสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง จากนี้ดองกิจะมีกลยุทธ์ทางการค้ารูปแบบไหนมาอีกนั้นคงต้องจับตาดูกันต่อไปค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นแบบ new normal

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อน

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อน

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อน

ภาวะโควิดกับมารยาทในการแช่บ่อน้ำพุร้อน

 

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผู้เขียนได้ไปแช่น้ำร้อนที่ “บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง” ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่ในเขตอำเภอสันกำแพงแล้วนะครับ อยู่ในเขตอำเภอแม่ออนแทน เท่าที่เห็นก็มีนักท่องเที่ยวเบาบาง คือมีนั่นแหละแต่มีน้อย พูดไปแล้วก็นึกถึงเรื่องของบ่อน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นว่าจะเป็นอย่างไรหนอในยุคโควิด เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ครับ

แน่นอนครับว่า ด้วยข้อกังวลด้านอนามัยก็ดี หรือการมีมาตรการฉุกเฉินก็ดี ล้วนมีผลกระทบต่อกิจการ “โรงอาบน้ำร้อนสาธารณะ” (ฟุโระยะ 風呂屋) กันทั้งนั้น คือลูกค้าลดลงไปเห็นๆ ว่ากันว่าอาจลดไปถึง 30-40% แน่นอนว่าบรรดากิจการโรงอาบน้ำร้อนที่จังหวัดคาโกะชิมะนี่กระทบแน่ๆ เพราะจังหวัดนี้มี “บ่อน้ำพุร้อน” (ออนเซ็น 温泉) เป็นจุดขาย มีแหล่งน้ำพุร้อนถึง 2,749 แหล่งในจังหวัด แน่นอนคนในท้องที่ปกติก็ชอบไปผ่อนคลายกัน แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ภาวะโควิดทำให้การแบบว่าไปแช่น้ำพุร้อนแบบเป็นครอบครัวหายไป พากัน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กันไปเสีย

ภาวะโควิดยังทำให้เกิดการรณรงค์อย่างหนึ่งในโรงอาบน้ำร้อน คือ ปกติแล้วเขาจะชอบติดคำว่า “โมคุโยคุ” (沐浴) ที่แปลว่า “อาบน้ำในอ่าง” ซึ่งหมายความว่า “ขอให้แช่น้ำให้เพลินๆ สบายๆ” ไว้ในห้องเปลี่ยนเสื้อ แต่มาวันนี้ในยุคโควิด มีการบิดคำคันจิของคำว่า “โมคุโยคุ” เสียใหม่เป็น 黙浴 ที่แปลว่า “อาบน้ำเงียบๆ”

“อาบน้ำเงียบๆ” แปลว่า งดการพูดคุยกัน (เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ)

ก็เข้าใจครับคนแช่น้ำร้อนเพลินๆ บางทีก็อยากเมาท์มอยบ้าง แต่ก็นะ ยุคโควิด อ้อ ใส่แมสก์ลงไปแช่น้ำร้อนไม่ได้นะครับ

อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการบางท่านได้ให้ความเห็นว่า จริงๆ แล้วโรงอาบน้ำน่ะ “ไม่ใช่สถานที่เสี่ยงสูง” เพราะโรงอาบน้ำต้องมีระบบระบายไอน้ำอยู่แล้ว การระบายอากาศจึงค่อนข้างดี อีกอย่าง ในที่ที่ความชื้นสูง ละอองของเชื้อโควิดจะลอยไปไกลได้ยาก (และในทางกลับกัน จริงๆ แล้ว “ซาวน่า” ต่างหากที่ต้องระวังเรื่องการแพร่เชื้อ) สล็อตเว็บตรง

ต่อไปนี้เป็น “มารยาทในการแช่บ่อน้ำร้อนสาธารณะ” แบบ new normal

  • ล้างตัวด้วยฝักบัวหลังจากแช่เสร็จขึ้นมาแล้ว
  • ก่อนไอ ให้เอาผ้าขนหนูปิดปากตัวเองก่อน
  • งดการพูดคุยในที่โล่ง เช่น ห้องอาบน้ำแบบเปิดโล่ง และห้องแต่งตัว

ใครไปเที่ยวเชียงใหม่หากแวะไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนต่างๆ เวลาจะไปแช่น้ำพุร้อนก็ลองเอาข้อเหล่านี้ไปปฏิบัตินะครับ อ้อ งดสูบบุหรี่ขณะแช่น้ำร้อนด้วยนะครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

Navigation