ขจัดอาการท้องผูกแบบคนญี่ปุ่นด้วยหัวไชเท้าต้มบ๊วยดอง

ขจัดอาการท้องผูกแบบคนญี่ปุ่นด้วยหัวไชเท้าต้มบ๊วยดอง

อาการท้องผูกนั้นมีสาเหตุมาจากความเครียดและการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายท้องแล้ว การท้องผูกบ่อยๆ ยังส่งผลเสียต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายและความงามด้วย มาดูวิธีการการขจัดอาการท้องผูกแบบง่ายๆ ของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

วิธีการป้องกันและแก้ปัญหาท้องผูกแบบคนญี่ปุ่น

โดยปกติแล้ววิธีการป้องกันและแก้ปัญหาท้องผูกนั้นทำได้โดยการตื่นเช้าขึ้นมาแล้วดื่มน้ำ (ที่ไม่ใช่น้ำเย็น) ทันทีอย่างน้อย 1 แก้ว เป็นประจำเพื่อเสริมการเคลื่อนตัวของลำไส้ การรับประทานอาหารที่มีกากใย รวมถึงอาหารที่อุดมไปด้วยแลกติกแอซิด แบคทีเรีย และการออกกำลังกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ ในรายที่มีอาการท้องผูกรุนแรงมีคำแนะนำให้อดอาหารเพื่อปล่อยให้ลำไส้ที่ว่างได้ปล่อยฮอร์โมนเพื่อเสริมการหดตัวเป็นช่วงๆ ของกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร ซึ่งจะส่งผลทำให้อาหารเคลื่อนที่และสามารถขับเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ได้  อย่างไรก็ตามการอดอาหารนั้นต้องทำด้วยความระวังเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และโลหิตจางได้ แนะนำให้ทำภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

การแก้ปัญหาท้องผูกเองที่บ้านโดยการรับประทานหัวไชเท้าต้มบ๊วยดอง

บ๊วยดองมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องผูก โดยมีผลในการส่งเสริมการเคลื่อนตัวของลำไส้และการทำงานของทางเดินอาหาร ส่วนหัวไชเท้าเป็นผักที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 95 มีเส้นใยอาหารสูง และมีพลังงานที่ต่ำ โดยหัวไชเท้า 100 กรัมให้พลังงานเพียง 18 กิโลแคอรี่ ทำให้หัวไชเท้าและบ๊วยเป็นผักคู่ที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานเพื่อดีท็อกขับสารพิษออกจากร่างกายทางอุจาระและช่วยแก้ท้องผูก

วิธีทำหัวไชเท้าต้มบ๊วย

วัตถุดิบ

  • หัวไชเท้า ½ หัว
  • น้ำ 1 ½ ลิตร
  • คอมบุดาชิ หรือคอมบุ 15 กรัม
  • บ๊วยดอง 3-5 เม็ด แยกเอาแต่เนื้อบ๊วยออกมา

วิธีทำ

นำหัวไชเท้าที่ปอกเปลือกต้มในน้ำจนหัวไชเท้านิ่ม เติมดาชิและบ๊วยดองลงไป จากนั้นต้มต่ออีก 5 นาที แล้วจึงปิดไฟ

วิธีการรับประทานหัวไชเท้าต้มบ๊วยดองเพื่อประสิทธิภาพในการเพิ่มการขับอุจจาระในผู้มีอาการท้องผูก

วิธีการรับประทานหัวไชเท้าต้มบ๊วยเพื่อประสิทธิภาพในการขับอุจจาระนั้นควรเลือกเวลาที่สะดวกและตอนท้องว่าง เพราะจะให้ผลที่ดีกว่า โดยมีขั้นตอนดังนี้คือ

1. ดื่มน้ำซุปทั้งหมด

 

2. รับประทานบ๊วยดอง

3. รับประทานหัวไชเท้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการมวนท้องอยากเข้าห้องน้ำ

หัวไชเท้าต้มบ๊วยนั้นมีประสิทธิภาพที่ดีในการช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ช่วยขับอุจาระออกจากร่างกายจากความทรมานกับปัญหาท้องผูกมาหลายวันได้ นอกจากนี้การรับประทานหัวไชเท้าต้มบ๊วยเป็นประจำในปริมาณที่พอเหมาะกับมื้ออาหารจะมีผลในการช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ดี อีกหนึ่งวิธีที่คนญี่ปุ่นใช้เพื่อป้องกันท้องผูกคือรับประทานข้าวกล้องต้มบ๊วยดองและสาหร่ายคอมบุเป็นอาหารเช้าทุกวัน หากรู้สึกว่าใช้วิธีการมาสารพัดแล้วยังท้องผูกอยู่เป็นประจำก็ลองวิธีตามธรรมชาติที่คนญี่ปุ่นแนะนำดูนะคะ

สล็อตเว็บตรง

แบบทดสอบจากญี่ปุ่น ทายนิสัยการให้คำแนะนำจากตั๋ว 1 ใบ

แบบทดสอบจากญี่ปุ่น ทายนิสัยการให้คำแนะนำจากตั๋ว 1 ใบ

การให้คำแนะนำแก่ผู้อื่นนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยว่ามั้ยคะ บางครั้งอุตส่าห์ให้คำแนะนำดี ๆ แต่กลับไม่ใส่ใจ บางครั้งพูดส่ง ๆ ไปแต่กลับเวิร์คซะงั้น แล้วทุกคนมีวิธีการให้คำแนะนำอย่างไรกันบ้างคะ ลองไปทำแบบทดสอบจากญี่ปุ่นค่ะ

คุณได้ให้ตั๋วกับเพื่อนของคุณ ตั๋วนั้นคือตั๋วของอะไร ?

A : ตั๋วชมภาพยนตร์
B : ตั๋วชมการแข่งขันกีฬา
C : ตั๋วชมการแสดง
D : ตั๋วชมคอนเสิร์ต

ตั๋วเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและโอกาสที่ดีในชีวิต การมอบตั๋วให้ผู้อื่น คือการให้คำแนะนำที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ประเภทของตั๋วที่ให้ไป จะทำให้เข้าใจแนวโน้มในการให้คำแนะนำของคุณ

A : ตั๋วชมภาพยนตร์.. คำแนะนำที่คลุมเครือและไม่ชัดเจน

ภาพยนตร์สื่อถึงชีวิตของคนเราที่ยังไม่ได้กำหนดอนาคต คำแนะนำจากคุณจึงมักเกี่ยวกับอนาคต เช่น “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” “ทำให้มันดีที่สุด” จะมีความคลุมเครือและไม่ชัดเจน ไม่ใช่สิ่งที่เป็นประโยชน์ในแบบรูปธรรมสักเท่าไหร่ คล้ายการให้กำลังใจมากกว่าจะเป็นคำแนะนำ แต่สำหรับบางคนนั่นอาจเป็นแรงผลักดันให้แก่เขาก็เป็นได้

B : ตั๋วชมการแข่งขันกีฬา.. คำแนะนำแบบให้ตัวช่วย

การดูกีฬาสื่อถึงการโค้ช คำแนะนำจากคุณจึงเป็นประเภทที่ให้ตัวช่วยหรือคำใบ้แม้ว่าคุณจะมีคำตอบอยู่แล้วก็ตาม สำหรับคนฟัง หากเขาสามารถหาคำตอบด้วยตัวเองได้ เขาจะรู้สึกเติบโตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่เก่งพอเรื่องการบอกตัวช่วยหรือคำใบ้ ก็อาจทำให้เข้าใจแบบผิด ๆ ไม่ตรงเป้า ปัญหาก็จะไม่ได้รับการแก้ไขและยุ่งยากกว่าเดิม

C : ตั๋วชมการแสดง.. คำแนะนำอย่างละเอียดถี่ยิบ

การแสดงจะต้องดำเนินไปตามสคริปต์ คำแนะนำจากคุณจึงค่อนข้างละเอียดและเป็นรูปธรรม เมื่อมีคนมาขอคำปรึกษา อันดับแรกคุณจะสอบถามสถานการณ์ปัจจุบันก่อน จากนั้นจึงให้คำแนะนำตามลำดับตั้งแต่ต้นพร้อมวิธีแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างละเอียด บางครั้งคุณก็ถือมั่นว่าคำแนะนำของคุณนั้นถูกต้องและเหมาะสมที่สุด จึงรู้สึกไม่ชอบเวลาที่มีคนมาแย้ง

D : ตั๋วชมคอนเสิร์ต.. คำแนะนำทางด้านจิตใจ

การแสดงคอนเสิร์ตสื่อถึง self appeal คำแนะนำจากคุณจึงมักจะมีแค่ “ต้องมีความมั่นใจ” “เชื่อมั่นในตัวเอง” คุณจะไม่มีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมว่าควรทำอะไรหรือต้องเตรียมตัวอย่างไร เรียกได้ว่าอยู่ที่ใจล้วน ๆ คนที่มาปรึกษาก็อาจจะหงุดหงิดที่คุณตอบไม่ตรงคำถาม แต่หากคุณเป็นคนที่มีคาริสม่ามากพอ คำแนะนำทางจิตวิทยาแบบนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้

 

การให้คำแนะนำเป็นเรื่องที่ดีสำหรับอีกฝ่าย แต่บางครั้งการไม่ให้คำแนะนำเลยก็อาจจะดีกว่า เพราะจะช่วยให้อีกฝ่ายสามารถแก้ปัญหาและเติบโตได้ด้วยตนเอง ^^

สล็อตเว็บตรง

คำทำนายสไตล์ญี่ปุ่น ไดเอทยังไงให้ได้ผลของแต่ละราศีประจำปี 2021

คำทำนายสไตล์ญี่ปุ่น ไดเอทยังไงให้ได้ผลของแต่ละราศีประจำปี 2021

ปีนี้ใครตั้งใจไว้ว่าจะลดความอ้วนให้สำเร็จบ้างคะ มาค่ะปีนี้แหละเราจะผอมอย่างมีสุขภาพที่ดีไปด้วยกัน แต่จะไดเอทแบบไหนให้ได้ผลดีนั้น เราไปลองดูคำทำนายสไตล์ญี่ปุ่นที่ทำนายทายทักวิธีไดเอทที่เหมาะสำหรับแต่ละราศีกันค่ะ ไปค่ะเราไปผอมพร้อมๆ กันเลย

ราศีเมษ

ปี 2021 นี้ ชาวราศีเมษจะมีพลังเหลือล้น ร่างกายกระปรี้กระเปร่า นึกอยากเริ่มทำอะไรก็ทำได้ทันที ในปีนี้ชาวราศีเมษมีเกณฑ์จะประสบความสำเร็จในการไดเอทสูงมาก แต่ชาวราศีเมษมีนิสัยที่เบื่อง่าย ทำอะไรได้ไม่นาน วิธีไดเอทที่เหมาะกับราศีเมษคือ การลดน้ำหนักแบบ IF (Intermittent Fasting) ซึ่งจะเหมาะกับชาวราศีเมษมากๆ

ราศีพฤษภ

ชาวราศีพฤษภที่ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงอะไรสักเท่าไร ในปี 2021 จะเป็นปีที่เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ชาวราศีพฤษภที่มักจะมีความสุขกับการกิน ฟินกับช่วงเวลาพักทานของว่าง หรือการเที่ยวหาของกินแล้วเดินไปกินไป ไดเอทที่แนะนำคือ การลดความอยากอาหาร เช่น เมื่อไรที่เกิดความอยากขึ้นมา ก็ให้ตีตัวเองเบาๆ ดึงสติตัวเอง หายใจเข้าลึกๆ เลิกสนใจอาหาร เป็นต้น

ราศีเมถุน

ในปี 2021 ดวงของชาวราศีเมถุนดีเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นหัวไว และชอบเรื่องสนุกสนานเฮฮาจึงมักจะให้ความสนใจกับการไดเอทที่กำลังฮิตๆ กันอยู่ สำหรับวิธีการไดเอทที่แนะนำคือ การลดน้ำหนักแบบ Low Carb หรือการควบคุมปริมาณการกินแป้ง วิธีง่ายๆ คือ ลองสังเกตฉลากสินค้า แล้วเลือกซื้อสินค้าอาหารที่มีสัญลักษณ์ Low Carb  ซึ่งสินค้าใหม่ๆ ก็จะออกมาเรื่อยๆ ชาวราศีเมถุนจะได้สนุกกับการได้ลองสินค้าใหม่ๆ ตามสไตล์ของชาวราศีเมถุนผู้ชอบตามเทรนด์

ราศีกรกฎ

ชาวราศีกรกฎที่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูง ใจดีคอยเป็นห่วงเป็นใย ในปี 2021 นี้ ชาวราศีกรกฎจะเริ่มหันมาใส่ใจชีวิตประจำวัน อยู่บ้านมากขึ้น เนื่องจากชาวราศีกรกฎทำอาหารเก่งและเป็นคนที่ชอบกินอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การไดเอทแบบลดอาหารคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการไดเอทที่แนะนำคือ การกินอาหารตามลำดับ เลือกทานผัก ซุป ตามด้วยโปรตีน และสุดท้ายคาร์โบไฮเดรต

ราศีสิงห์

ในปี 2021 ดวงจะเข้าข้างชาวราศีสิงห์ แต่จะมีเกณฑ์เผชิญกับความโชคร้ายที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวได้ง่ายๆ การไดเอทที่ต้องทำต่อเนื่องและทำคนเดียวนั้น ดูแล้วจะไม่ใช่ทางของชาวราศีสิงห์แล้วละ การไดเอทที่เหมาะกับชาวราศีสิงห์คือการไดเอทที่ชาเลนจ์พร้อมกับเพื่อนได้ โหลดแอปที่เพื่อนออกกำลังไปด้วยกัน ส่งข้อความให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้ หรือมีเสียงเชียร์ในแอปให้ เป็นต้น ใช้แอปในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และยังสามารถช่วยกระตุ้นการออกกำลังกายให้กับชาวราศีสิงห์ผู้ไม่ชอบความพ่ายแพ้ได้ดีทีเดียว

ราศีกันย์

ในปี 2021 ชาวราศีกันย์จะได้ทำสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเองอย่างกระตือรือร้น มีความเป็นระเบียบและมีความสามารถในการวิเคราะห์ตัวเลขได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยนิสัยที่ตัดสินใจทำอะไรแล้วจะตั้งใจทำให้ดี ชาวราศีกันย์จึงเหมาะกับการไดเอทอย่างมาก ไดเอทที่แนะนำคือ การไดเอทแบบนับแคลอรี่ ใช้แอปนับแคลอรี่ที่สามารถอัพรูปลงไปได้ วางแผนจัดการตัวเอง หรือจะเพิ่มกฎห้ามกินอะไรหลัง 2 ทุ่มได้ก็จะดีสุดๆ ไปเลย

ราศีตุลย์

ชาวราศีตุลย์ที่ทำอะไรด้วยความชาญฉลาด เรื่องไดเอทก็เช่นกัน การไดเอทที่ดูจะได้ผลกับชาวราศีตุลย์ก็คือวิธีที่ทำน้อยแต่ได้ผลมาก และไม่เพียงแต่เป็นการไดเอทเพื่อให้น้ำหนักลงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าเป็นวิธีไดเอทที่ส่งผลให้ผิวพรรณสวยงามเปล่งปลั่งด้วยก็ยิ่งดี จัดหาไอเทมดูแลความสวยความงามให้พร้อม ทำโฮมสปาที่บ้านกันไปเลย ลดความอ้วนก็ได้แถมยังสวยขึ้นไปอีก หากใครมีเวลาเข้าคอร์สดูแลความสวยความงามแบบมืออาชีพได้ก็ยิ่งดีเลยละ

ราศีพิจิก

ชาวราศีพิจิกที่เป็นหนึ่งในเรื่องของการจดจ่อมีสมาธิและการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในปี 2021 นี้ดูเหมือนว่าชาวราศีพิจิกจะเอาจริงเอาจังลงมือทำไม่ท้อถอยจนกว่าผลลัพธ์จะออกมา การไดเอทที่เหมาะกับชาวราศีพิจิกในปีนี้คือ การลดน้ำหนักแบบ Eat stop Eat ลองให้เวลากับตัวเองสัก 1 อาทิตย์ เริ่มจาก กินอาหารแบบเบาท้อง → อดอาหาร (ดื่มน้ำกับเกลือเท่านั้น) → กลับมากินอาหารฟื้นฟูร่างกาย ทำวนๆ ไปแบบนี้ แต่ข้อควรระวังสำหรับชาวราศีพิจิกคือ อย่าทำตามใจฉัน ให้ใช้ข้อมูลที่อ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ราศีธนู

 

ชาวราศีธนูที่นึกอะไรได้ก็จะลงมือทำทันที และสิ่งที่ลงมือทำก็ตรงอย่างที่ใจคิดไว้ซะด้วย ในปี 2021 นี้ก็ยิ่งจะมีความกระตือรือร้นขึ้นไปอีก แต่เนื่องจากชาวราศีธนูเป็นคนที่ไม่ค่อยพิถีพิถัน ยิ่งการไดเอทที่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก รายละเอียดเยอะแล้วละก็ คงไม่ค่อยจะเหมาะกับชาวราศีธนูสักเท่าไร แนะนำให้ไดเอทด้วยการออกกำลังกายที่ไม่ซับซ้อน เช่น การเข้ายิม หรือเดินออกกำลังกายในระยะทางสั้นๆ เป็นต้น

ราศีมังกร

ชาวราศีมังกรผู้ที่มีความพากเพียรและอดทนและดูจะเชี่ยวชาญในการควบคุมอาหารและจัดตารางออกกำลังกาย แต่ในปี 2021 นี้ การไดเอทที่ให้ผลลัพธ์น่าพอใจสำหรับชาวราศีมังกรคือ การไดเอทที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น การไดเอทโดยใช้ยาสมุนไพรจีน อาจดูไม่คุ้นเคยและเข้าถึงได้ยาก แต่พักหลังก็มีร้านแนวสมุนไพรจีนที่ดูเก๋มีสไตล์เพิ่มมากขึ้น เริ่มต้นด้วยการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐานเพื่อลดไขมันในร่างกาย ลองนำเอายาสมุนไพรจีนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันดูก็จะดีไม่น้อย

ราศีกุมภ์

ในปี 2021 นี้ ชาวราศีกุมภ์จะเหมาะกับการไดเอทที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย เริ่มจากการโหลดแอปสำหรับไดเอทมา แล้วใส่ข้อมูลอาหารที่ทานในแต่ละมื้อทุกๆ วัน ใส่ข้อมูลน้ำหนักลงไป หลังจากนั้นก็รอการประมวลผลจากระบบ AI แล้วทำตามคำแนะนำนั้นๆ ไปเลย หรือจะเพิ่มออพชั่นด้วยการไดเอทด้วยการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อจะได้รู้ว่าวิธีลดความอ้วนแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด และลงมือทำเลย

ราศีมีน

ในปี 2021 นี้ ชาวราศีมีนจะมีความยืดหยุ่นทางอารมณ์สูง พอมีใครพูดอะไรมาก็จะเปลี่ยนใจไปเชื่อได้ง่ายๆ การไดเอทที่เหมาะกับชาวราศีมีนในเวลานี้ก็คือ การไดเอทด้วยวิธีหลอกตัวเอง ใช้เสียงเพลงกล่อมหรือกลิ่นธูปเพื่อลดความอยากอาหาร ชาวราศีอื่นๆ อาจจะไม่อินกับวิธีการไดเอทแบบนี้ แต่เชื่อว่าวิธีนี้จะใช้ได้ดีกับชาวราศีมีนเลยแหละ ไม่แน่อาจจะเห็นผลได้ดีไม่แพ้การไดเอทของราศีอื่นๆ เลยก็ได้

สล็อตเว็บตรง

อาหารที่ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นแนะนำว่าช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ป้องกันความดันโลหิตสูง

อาหารที่ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นแนะนำว่าช่วยให้การไหลเวียน

เลือดหนืดข้นและการไหลเวียนเลือดไม่ดี เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดความดันโลหิตสูง มาดูสาเหตุที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และดูว่ามีอาหารอะไรบ้างที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าควรรับประทานบ่อยๆ เพื่อช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีและช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงได้

สาเหตุที่ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี

การดำเนินชีวิตประจำวันที่ขาดความสมดุล เช่น การรับประทานอาหารรสหวานและเค็มจัด การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชอบรับประทานอาหารทอด ไม่รับประทานผักผลไม้ ไม่ออกกำลังกาย และมีความเครียดสะสมตลอดเวลา เป็นต้น ส่งผลให้เกิดปัญหาดังนี้คือ

1. มีไขมันส่วนเกินเข้าไปอุดตันในหลอดเลือด

2. มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง น้ำตาลจะเข้าไปจับกับโปรตีนและเกิดปฏิกิริยาไกลเคชัน ซึ่งทำให้ได้ผลผลิตของปฏิกิริยา เรียกว่า Advanced glycation end products หรือ AGEs ขึ้นมา ผลผลิต AGEs นี้เป็นตัวการเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบผนังหลอดเลือด

3. สารอนุมูลอิสระที่เกิดจากความเครียดและการสูบบุหรี่ ไปทำให้เกิดบาดแผลที่ผนังหลอดเลือด เป็นต้น

เมื่อผนังหลอดเลือดอักเสบหรือเป็นแผลก็จะมีกระบวนการซ่อมแซมแผลที่ผนังหลอดเลือด และเกิดการจับตัวของเกล็ดเลือดกลายเป็นลิ่มเลือด ทั้งไขมันและลิ่มเลือดจะไปอุดกั้นในหลอดเลือด ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เมื่อการไหลเวียนเลือดไม่ดีก็จะส่งผลให้ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดนานเข้าก็จะทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

อาหารที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานเพื่อช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี

หอมใหญ่

หอมใหญ่มีสารเควอเซทินในปริมาณที่สูง สารชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ และช่วยลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดด้วย มีสารอัลลิลซัลไฟด์ที่ช่วยละลายลิ่มเลือดซึ่งจับตัวอุดกั้นทางเดินเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น และมีสารอัลลิซินที่ช่วยลดปริมาณไขมันและความข้นของเลือด เป็นต้น การรับประทานหอมใหญ่วันละครึ่งหัวจะมีประสิทธิภาพในการลดและป้องกันความดันโลหิตสูงได้ดี

มะนาวเหลืองหรือเลมอน

มะนาวเหลืองมีกรดซิตริกสูง กรดชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี การรับประทานน้ำมะนาววันละ 20-40 มิลลิลิตร จะทำให้ได้รับกรดซิตริกประมาณ 2 กรัม ซึ่งปริมาณนี้จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ดี อีกทั้งมะนาวเหลืองยังมีวิตามินซีสูง ซึ่งได้มีผลการวิจัยชี้ชัดว่าวิตามินซีช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มะนาวเหลืองยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งช่วยขับเกลือส่วนเกินอันเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงออกจากร่างกาย

กล้วย

นอกจากจะมีเส้นใยอาหารสูงแล้ว กล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย อีกทั้งยังมีแมกนีเซียมในปริมาณที่สูง แมกนีเซียมจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยทำให้ความดันเลือดคงที่ และช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก โดยได้มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการรับประทานกล้วยวันละ 1 ผลจะช่วยลดความดันโลหิตและทำให้การไหลเวียนเลือดดี

นัตโตะ

นัตโตะเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมักที่มีลักษณะเป็นเมือกหนืดและมีกลิ่นรุนแรง อย่างไรก็ดี ในเมือกที่หนืดนั้นอุดมไปด้วยเอนไซม์นัตโตะไคเนส (Natto Kinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ออกฤทธิ์สลายลิ่มเลือด หรือไฟบรินที่เกิดในหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของการอุดกั้นการไหลเวียนเลือด นอกจากเอนไซม์นัตโตะไคเนสแล้ว นัตโตะยังอุดมไปด้วยกรดแพนโทเธนิคหรือวิตามินบี 5 ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ช่วยลดความเครียด ช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือดและช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง เป็นต้น ปริมาณนัตโตะที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานเพื่อป้องกันและลดความดันโลหิตสูงคือ วันละ 1  แพ็ค

 

ปลาที่มีไขมันสูง

ปลาเนื้อสีน้ำเงินหรือปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาซาบะ ปลาทู ปลาทูแขก ปลาทูน่า และปลาซาร์ดีน เป็นต้น อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งประกอบไปด้วย EPA (Eicosapentaenoic acid) และ DHA (Docosahexaenoic acid) EPA ช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ในเลือด ทำให้ลดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ส่วน DHA นั้นเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสมองและเส้นประสาท ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างกรดไขมันโอเมก้า-3 จึงต้องรับเข้ามาจากการรับประทานอาหารพวกปลา โดยปริมาณที่จำเป็นสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไปคือ วันละ 1.8-2.2 กรัม ซึ่งวัดปริมาณง่ายๆ จากปลาซาร์ดีน 1  ตัว ปลาทูแขก 2/3 ตัว และปลาซาบะหั่นเป็นชิ้นสำหรับ 1 คน ซึ่งให้ปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 ประมาณ 3.8 กรัม 1 กรัม และ 1.9 กรัม ตามลำดับ สำหรับการนำมารับประทานนั้นควรเป็นวิธีการปรุงที่ไม่ใช้น้ำมันหรือเติมน้ำตาลเป็นส่วนผสมในเครื่องปรุงมากเกินไป

นอกจากจะเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว อาหารดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดความดันโลหิตสูงได้ดี ทั้งนี้ก็ควรละ ลด และเลิกพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงด้วยนะคะ ขอให้เพื่อนๆ  มีสุขภาพแข็งแรงกันทุกคนค่ะ

สล็อตเว็บตรง

ไม่มีวันวาเลนไทน์! 3 อันดับวันพิเศษที่คู่รักชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญที่สุด

ไม่มีวันวาเลนไทน์! 3 อันดับวันพิเศษที่คู่รักชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญที่สุด

คู่รักส่วนใหญ่ล้วนให้ความสำคัญกับวันครบรอบ ไม่ว่าจะเป็นครบรอบที่คบกัน หรือครบรอบแต่งงาน แต่วันครบรอบแบบไหนนะที่คู่รักที่คบกันมานานจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ! วันนี้เว็บไซต์ howcollect จัด ranking มาให้แล้ว 3 อันดับ ไปดูกันว่าจะเหมือนคนไทยหรือเปล่า!

อันดับ 3 วันคริสต์มาส

ถึงจะไม่เชิงว่าเป็นวันครบรอบเสียทีเดียว แต่คริสต์มาสก็เป็นอีกเทศกาลสำคัญสำหรับเมืองหนาวที่ทำให้ทั้งเมืองงดงามและเพิ่มฟีลลิ่งแห่งการเฉลิมฉลอง แถมร้านอาหารหลายแห่งยังมีเมนูสำหรับช่วงคริสต์มาสโดยเฉพาะ วันคริสต์มาสจัดว่าเป็นเทศกาลแสนโรแมนติกที่คนญี่ปุ่นมองว่าเหมาะมากสำหรับการออกเดท เป็นวันสำคัญที่ควรจะชวนแฟนไปเที่ยว ใช้เวลาด้วยกัน ทานอาหารอร่อย ๆ เดินจับมือกันท่ามกลางหิมะ ถึงจะหนาวกายแต่ก็อบอุ่นหัวใจ เป็นการเดทแสนวิเศษที่ช่วยเยียวยาความเหน็ดเหนื่อยจากงานมาตลอดทั้งปี

อันดับ 2 วันครบรอบที่คบกัน

อันดับถัดขึ้นมาคือวันครบรอบที่เริ่มคบกัน น่าจะเป็นวันครบรอบคลาสสิกที่สำคัญที่สุดสำหรับคู่รัก เพราะถือเป็นวันที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จนมีกันและกันมาถึงทุกวันนี้ เป็นธรรมดาที่คู่รักต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นอกจากนี้ หากไปฉลองในช่วงเทศกาล ทุกสถานที่จะเต็มไปด้วยผู้คนและค่อนข้างวุ่นวาย แต่หากเป็นวันครบรอบของแต่ละคู่แล้ว ส่วนใหญ่คงจะไม่ค่อยตรงกับช่วงเทศกาลนัก แถมยังลางานได้ง่ายกว่า สามารถไปใช้เวลากะหนุงกะหนิงกันได้อย่างเต็มที่

อันดับ 1 วันเกิดของอีกฝ่าย

 

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าวันครบรอบที่บรรดาคู่รักชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญที่สุดจะเป็นวันเกิดของอีกฝ่าย ปกติแล้วผู้คนมักใช้เวลาในวันเกิดกับครอบครัว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยที่อยากใช้เวลากับเพื่อนฝูง รวมถึงคนรักของตนเองด้วย การได้ร่วมฉลองการกำเนิดของอีกฝ่าย ถือเป็นการให้ความสำคัญกับการมีอยู่ของอีกฝ่าย ทำให้เราสองคนได้มาเจอกัน ได้รักกัน เป็นอีกวันครบรอบแสนสำคัญของคู่รักที่ลึกซึ้งจริง ๆ แม้จะมาเจอกันไม่ได้ ก็อาจจะนัดเจอในช่วงใกล้ ๆ วันเกิดแล้วให้ของขวัญ ไปเดทกันสักเล็กน้อย ก็น่ารักไม่เบาเลย

คู่รักที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานมักจะละเลยวันครบรอบหรือแม้แต่เทศกาลสำคัญที่ควรจะได้ใช้เวลาด้วยกัน แต่ในความเป็นจริง การฉลองวันครบรอบอันแสนหวานก็เหมือนกับการรดน้ำต้นรักที่อยู่ในใจ ความสัมพันธ์ก็จะยาวนานยิ่งขึ้นไปด้วย ^^

สล็อตเว็บตรง

เทคนิคการใช้เงินให้คุ้ม ที่รุ่นพี่ซาลารี่แมนอยากแนะนำ

เทคนิคการใช้เงินให้คุ้ม ที่รุ่นพี่ซาลารี่แมนอยากแนะนำ

ทำงานมาเกือบ 10 ปี ใช้เงินเป็นเบี้ย เงินเก็บแทบไม่มี… ใครกำลังเจอปัญหาเหล่านี้กันบ้างเอ่ย วันนี้เรามีเทคนิคการใช้เงินของรุ่นพี่มนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นที่ทำงานมาแล้วกว่า 10 ปีมาแนะนำกันค่ะ เผื่อหนุ่ม ๆ สาว ๆ ออฟฟิศคนไหนอยากมีเงินเก็บ แต่มีรายจ่ายเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่ากินค่าอยู่ ค่าเที่ยว ค่าเข้าสังคมต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถบริหารการเงินได้ดีนัก ลองนำเทคนิคดี ๆ เหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ

1. เปลี่ยนไปทำงานอดิเรกที่ไม่เสียเงิน

เที่ยวญี่ปุ่น

หากเป็นสมัยวัยรุ่นหรือเริ่มทำงานใหม่ ๆ ก็คงอยากลองทำอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเกมปาจิงโกะ เกมสล็อต หรือไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี แน่นอนว่าใช้เงินมากเท่าไหร่ก็ไม่หวั่นใช่ไหมล่ะคะ แต่พออายุมากขึ้น รับรองได้เลยว่าทุกคนจะเริ่มรู้สึกว่า การลงทุนในกิจกรรมเหล่านี้มักเป็นการเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะมีแนวโน้มสูงมากที่เราจะอิ่มตัวและเลิกในสักวัน หรือไม่ได้จริงจังอะไรขนาดนั้นนั่นเอง แน่นอนว่างานอดิเรกจะช่วยให้เราผ่อนคลายจากความเครียด แต่หากต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้ทำกิจกรรมนั้น ๆ ก็อาจได้ไม่คุ้มเสีย แถมยังทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วย หากคิดอยากจะมีงานอดิเรกไว้ทำแก้เหงา ก็ลองพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนดีกว่านะคะ

2. ใส่เสื้อผ้าดี ๆ ให้เป็น

จากประสบการณ์แล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นสูงมาก ๆ เลยค่ะ เพราะภาพลักษณ์นั้นสำคัญมาก เพื่อให้ดูดี และดูน่าเกรงขาม ก็ต้องเลือกใส่เสื้อผ้าที่ดูภูมิฐาน มีราคา ตัดเย็บเนี้ยบเป็นธรรมดา แต่จะเอาเหตุผลนี้มาใช้เพื่อซื้อเสื้อผ้าแพง ๆ จนล้นตู้ไม่ได้นะคะ เคล็ดลับการใช้เงินก็คือ ควรซื้อเสื้อผ้าดี ๆ สักพอประมาณเพื่อให้สามารถหมุนเวียนไใส่ไปได้เรื่อย ๆ แค่นั้นก็พอ หรือจะลงทุนซื้อเสื้อแจ็คเก็ตกับรองเท้าดี ๆ ก็ช่วยทำให้เราดูแพงขึ้นแล้ว หรือใส่รองเท้าดี ๆ แค่เฉพาะเวลาออกไปข้างนอก ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานรองเท้าแพง ๆ ไปได้อีกนาน เป็นต้น

3. พยายามนึกภาพหลังซื้อ

ช่วงทำงานแรก ๆ ใช้เงินเป็นเบี้ย ของแพงแค่ไหนก็ซื้อ แต่พอซื้อมาแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ เกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยใช่ไหมล่ะคะ วิธีแก้ก็คือก่อนซื้อให้นึกภาพดูว่า หลังจากซื้อแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ เช่น จะใช้เมื่อไหร่ จะใช้ในโอกาสไหน จะใช้นานหรือไม่ คุ้มหรือเปล่า เป็นต้น เพราะหากซื้อมา แล้วเอามาวางไว้เฉย ๆ ก็น่าเสียดาย แถมยิ่งของไม่จำเป็นเยอะขึ้นเท่าไหร่บ้านก็ยิ่งรกขึ้นอีกด้วย ขอแนะนำว่าให้คิดดี ๆ ก่อนซื้อ ซื้อแค่เฉพาะของจำเป็นในเวลาที่ต้องใช้จริง ๆ ดีกว่า

4. ไปเดทในร้านที่มีบรรยากาศดีและไม่แพง

เมื่อก่อน จะไปเดททั้งทีก็มักจะเลือกร้านหรู ๆ อาหารแพง ๆ ใช่ไหมล่ะคะ เพราะเรามักมีชุดความคิดที่ว่าร้านอาหารแพงอันแสนโรแมนติกเหล่านี้จะทำให้เราสามารถสร้างความประทับใจให้กับอีกฝ่ายได้ แม้จะแพงเท่าไหร่ก็ยอมทุ่มสุดตัว แต่พอนาน ๆ เข้าจะรู้เลยว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่ของภายนอกเช่นนั้นเลย สิ่งที่จะทำให้เดทนั้นสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็คือ ตัวตนของเรานั่นเอง เรามีนิสัยใจคออย่างไร มีเสน่ห์แค่ไหน มีความคิดความอ่านแบบใด เหล่านี้คือปัจจัยหลักของการคบหาดูใจ กลับกันร้านที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเรา แถมราคายังน่ารัก บรรยากาศก็ดี กลับช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้แก่ทั้ง 2 ฝ่ายมากกว่าอีก

5. เสียเงินไปกับประสบการณ์คุ้มค่ากว่า

เครื่องบิน

 

ช่วงทำงานแรก ๆ ของใหม่ ของดี ของแพง หรือของไหนที่น่าสนใจก็อยากได้อยากซื้อไปหมด เงินเดือนเข้าไม่ทันไร ก็ใช้หมดก่อนสิ้นเดือนทุกที แต่พอทำงานจนอายุมากขึ้นเข้า ว่ากันว่าเราจะรู้สึกเฉยชากับความอยากเหล่านั้น แต่สิ่งที่จะเข้ามาแทนที่เลยก็คือ ความอยากสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ หรือก็คือ อยากเดินทางนั่นเอง หากเทียบกันแล้วการไปเที่ยวเป็นการลงทุนที่ไม่ได้ของตอบแทนเป็นชิ้นเป็นอันใด ๆ กลับมาเลย แต่กลับให้ความทรงจำ และประสบการณ์อันดี เป็นสิ่งมีค่าที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาแต่สัมผัสได้ด้วยใจที่ช่วยปลอบประโลมความเหนื่อยล้าของเรา และทำให้เราได้หวนคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ ยามแก่ตัวลงนั่นเอง ทั้งนี้ การเดินทางแต่ละทริปอาจต้องใช้เงินเยอะ จึงขอให้ทุกคนลองบริหารเงิน บริหารเวลาให้ดีก่อนจะดีกว่า เพราะหากเที่ยวมากเกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิตแล้วละก็ อาจได้ไม่คุ้มเสียแทนนะ

ว่ากันว่า เมื่ออายุมากขึ้น เราจะมีมุมมองการใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไป การใช้เงินก็เหมือนกัน ช่วงเริ่มทำงานใหม่ ๆ อาจลุ่มหลงกับของสิ้นเปลืองมากมาย รู้ตัวอีกทีก็เสียเงินไปมากโขแล้ว ลองเอาประสบการณ์ดี ๆ ของรุ่นพี่วัยทำงานที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาร่วม 10 ปีไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่ารู้ไวเท่าไหร่ก็ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าไวเท่านั้นแน่นอน

สล็อตเว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. 10 ที่พักสไตล์ Art Hotel นอนสบายถ่ายรูปสวย เหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
  2. แนะนำ 9 คาเฟ่ในเอบิสุ ย่านชิค ๆ สำหรับสายอาร์ตที่รักความสงบ (ตอนที่ 1)
  3. 7 คาเฟ่แนะนำ หนีโควิด-19 ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในโตเกียวกัน!
  4. รอวัคซีนรัฐไม่ไหว! ญี่ปุ่นเปิดจองทัวร์ฉีดวัคซีน Johnson & Johnson ที่นิวยอร์ก

10 สัญลักษณ์ประจำชาติ ที่แฟนพันธุ์แท้ญี่ปุ่นควรรู้! (ตอนที่ 2)

10 สัญลักษณ์ประจำชาติ ที่แฟนพันธุ์แท้ญี่ปุ่นควรรู้! (ตอนที่ 2)

มาต่อกันเลยค่ะจากบทความที่แล้ว “10 สัญลักษณ์ประจำชาติ ที่แฟนพันธุ์แท้ญี่ปุ่นควรรู้! (ตอนที่ 1)” อีก 5 อย่างก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว

เชื้อราประจำชาติ

สัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น

เชื้อราประจำชาติเป็นเชื้อราที่เป็นตัวแทนของประเทศ เชื้อราประจำชาติของญี่ปุ่นคือโคจิ แต่ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการ ได้รับเลือกโดยสมาคม Brewing Society of Japan ปี 2006 โคจิคือเชื้อราที่เจริญเติบโตบนเมล็ดข้าวสุก บนโลกใบนี้มีเชื้อราอยู่มากมายหลายชนิด แต่กล่าวกันว่าเชื้อราโคจิมีเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น โคจิใช้ในการทำอาหารหมักดองที่ขาดไม่ได้ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโชยุ สาเก มิโสะ และน้ำส้มสายชู ถือเป็นสิ่งสำคัญในวัฒนธรรมอาหารที่อุดมสมบูรณ์ในญี่ปุ่นทำให้โคจิได้รับเลือกให้เป็นเชื้อราประจำชาติ

หินประจำชาติ

สัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น

หินประจำชาติเป็นหินที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หินประจำชาติของญี่ปุ่นคือหยก แต่ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการ ได้รับเลือกโดยสมาคม Japan Association of Mineralogical Sciences ปี 2016 มีหลายเหตุผลที่ทำให้หยกได้รับเลือก เช่น

  • มีหยกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
    หยกเป็นหินที่พบได้เฉพาะในเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกเท่านั้น เขตมุดตัวคือจุดที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่นมาบรรจบกันและแผ่นหนึ่งมุดเข้าไปอยู่ใต้อีกแผ่นหนึ่ง มีแหล่งผลิตหยกมากมายหลายแห่งในญี่ปุ่น แต่หยกในเมืองอิโทอิงาวะ จังหวัดนีงาตะนั้นเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 520 ล้านปีก่อน ว่ากันว่าเป็นหยกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
  • ใช้มาตั้งแต่สมัยโจมง
    หยกถูกใช้เป็นของตกแต่งมาตั้งแต่สมัยโจมงซึ่งเป็นยุคสมัยแรกของญี่ปุ่น และยังใช้เพื่อการค้ากับต่างประเทศอีกด้วย กล่าวกันว่าญี่ปุ่นเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมหยกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

กีฬาประจำชาติ

สัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น

กีฬาประจำชาติเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นตัวแทนของประเทศ มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ กีฬาประจำชาติของญี่ปุ่นคือซูโม่ แต่ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการและไม่ได้ถูกรับเลือกโดยองค์กรใด ๆ แต่ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นกีฬาประจำชาติไปโดยปริยาย ว่ากันว่าแรงผลักดันสำคัญคือการสร้าง 両国国技館 (Ryougoku Kokugikan) หรือ Ryougoku Sumo Hall ในปี 1909 ซึ่งเป็นอาคารกีฬาในร่มขนาดใหญ่ที่ใช้ในการแข่งซูโม่ และเนื่องจากชื่อของอาคารมีคำว่า 国技 ที่แปลว่ากีฬาประจำชาติ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ประชาชนรับรู้ว่าซูโม่เป็นกีฬาประจำชาติ

นอกจากนี้ยังมีบางความเห็นกล่าวว่าเคนโด้, ยูโด และคิวโด (ศิลปะการยิงธนูแบบญี่ปุ่น) เป็นกีฬาประจำชาติเนื่องจากมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีบางความเห็นกล่าวว่าเบสบอลเป็นกีฬาประจำชาติเนื่องจากเป็นที่คุ้นเคยของชาวญี่ปุ่นและนิยมเล่นกันมานาน

สีประจำชาติ

สัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น

สีประจำชาติเป็นสีที่แสดงถึงความเป็นชาติ มักเรียกกันว่า National Color สีประจำชาติของญี่ปุ่นคือสีแดงและสีขาว แต่ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการและไม่ได้ถูกรับเลือกโดยองค์กรใด ๆ ในทางสากลไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวว่าจะใช้สีอะไรเป็นสีประจำชาติ แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นที่ยอมรับกันว่าสีประจำชาติจะมาจากสีของธงชาติหรือตราประจำประเทศนั้น ๆ ในกรณีของญี่ปุ่น สีประจำชาติก็มาจากสีของธงชาติที่ประกอบด้วยพื้นสีขาวและวงกลมสีแดง

เหล้าประจำชาติ

สัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น

เหล้าประจำชาติเป็นเหล้าที่เป็นตัวแทนของประเทศ เหล้าประจำชาติของญี่ปุ่นคือสาเกญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการ ในอดีต ญี่ปุ่นเคยใช้แชมเปญในอีเวนต์ระดับชาติและใช้ไวน์ในงานเลี้ยง ในปี 1980 อดีตนายกรัฐมนตรี Masayoshi Ohira ได้คิดคำว่า 国酒 รวมทั้งเสนอให้คัมปายโดยใช้สาเกญี่ปุ่น และอยากให้ทั่วโลกรู้จักสาเกญี่ปุ่นในฐานะเหล้าของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่นั้นมาก็มีการจัดให้นายกรัฐมนตรีคนต่อ ๆ มาเขียนคำว่า 國酒 ด้วยพู่กันบนกระดาษและจัดแสดงไว้ที่สมาคม Japan Sake and Shochu Makers Association

 

สัญลักษณ์ของญี่ปุ่นทั้ง 10 อย่างนี้จะเห็นได้ว่าไม่มีอันไหนที่ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการเลย หลายคนคิดว่าซูโม่เป็นกีฬาประจำชาติ แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย หรือนกประจำชาติกับหินประจำชาติที่ได้รับเลือกโดยองค์กรเอกชน แต่กลับไม่ค่อยมีการโปรโมทจนคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ หากสิ่งเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ก็น่าจะทำให้ทั่วโลกได้รู้จักญี่ปุ่นในมุมต่าง ๆ มากขึ้น แล้วทุกคนทราบไหมคะว่าไทยเรามีสัญลักษณ์อะไรบ้างที่ถูกกำหนดอย่างเป็นทางการ มาแชร์กันได้เลยย ^^          สล็อตเว็บตรง

7 วิธีช่วยส่งเสริมลูกน้อยให้เติบโตเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์

7 วิธีช่วยส่งเสริมลูกน้อยให้เติบโตเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้มาด้วยพรสวรรค์ แต่ได้มาจากการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่และคนรอบข้าง มารู้วิธีการที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเด็กเล็กชาวญี่ปุ่นแนะนำให้พ่อแม่และคนรอบข้างนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยเสริมสร้างให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์กันค่ะ

1. จัดเวลาให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ

วิธีทำให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์

จากการศึกษาพบว่าครอบครัวที่ตั้งกฎระเบียบในการเล่นให้แก่ลูกๆ จะทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่าครอบครัวที่ปล่อยให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ สิ่งสำคัญเป็นอันดับแรกในการเสริมสร้างให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ คือการปล่อยให้ลูกเล่นได้อย่างอิสระโดยไม่ตั้งกฎเกณฑ์ ลำดับขั้นตอนหรือการจัดเวลา ปล่อยให้เขาได้เล่น ได้สำรวจ ได้คิด และได้ทำซ้ำไปมาโดยไม่ไปรบกวนหรือแทรกแซง เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่ามีความสุขกับการได้เล่นเพียงลำพัง

2. อย่าปกป้องลูกไม่ให้เจอความผิดพลาด

ความผิดพลาดล้มเหลวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเด็กพยายามที่จะสร้างสรรค์ความคิด พ่อแม่ควรปล่อยให้ลูกได้ผิดพลาดล้มเหลวบ้าง ให้กำลังใจพวกเขาในการเริ่มต้นใหม่ และแก้ปัญหาเพื่อให้บรรลุสิ่งที่มุ่งหวัง อย่าปกป้องลูกจากความผิดพลาดโดยการเริ่มทำสิ่งต่างๆ เสียเอง เพราะจะทำให้ลูกน้อยกลัวความผิดพลาดจนไม่กล้าคิดและกล้าทำอะไร

3. ระมัดระวังการชมเชย

การชมเชยเพื่อเสริมสร้างให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ คือ ไม่ชมเชยจากผลลัพธ์ที่ได้ แต่เป็นการชมเชยจากทักษะเฉพาะและทัศนคติในการทำงาน ใช้คำชมเชยที่กระตุ้นให้ลูกมีความสนใจและรักในสิ่งที่ทำแทนคำชมว่าเก่งหรือฉลาด เช่น ใช้คำชมเชยว่า “เป็นสิ่งที่ดีมากเลยที่ลูกไม่ล้มเลิกความตั้งใจแต่กลับทำให้งานสำเร็จด้วยดี” แทนคำชมเชยว่า “ลูกฉลาดมากที่สามารถแก้ปัญหายากได้”

4. ปิดตาข้างหนึ่งเมื่อเห็นบ้านเลอะและสกปรก

บ้านเลอะและสกปรก มักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อลูกกำลังดื่มด่ำกับความคิดสร้างสรรค์ แทนการโกรธจนต้องดุหรือบ่นลูก จนไปขัดขวางพัฒนาการของพวกเขา ก็ให้จัดพื้นที่หรือเตรียมเสื้อผ้าเพื่อให้เขาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และจัดเวลาเพื่อช่วยกันเก็บทำความสะอาด

5. จัดหาของเล่นที่เล่นได้หลากหลาย

วิธีทำให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์

บล็อก เลโก้ หรือ งานประดิษฐ์ต่างๆ เป็นของเล่นที่สามารถนำมาเล่นได้หลากหลายเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ อีกทั้งยังทำให้เด็กไม่เบื่อง่าย และใช้เล่นได้นาน

6. ฟังความคิดของลูกให้มากกว่าการตอบคำถาม

แทนการตอบคำถามและเสนอความคิดเห็นต่างๆ ก็ให้ฟังความคิดเห็นของลูกก่อน แม้ว่าความคิดของพวกเขาอาจไม่ถูกต้อง แต่อย่าเพิกเฉย ชวนกันคิดหาสิ่งที่เห็นว่าดีร่วมกัน

7. แสดงความคิดสร้างสรรค์ของพ่อแม่ให้ลูกเห็น

การแสดงความคิดสร้างสรรค์ที่พ่อแม่ชอบและถนัด เช่น วาดรูป เต้นรำ ทำกับข้าว เล่นดนตรี และงานฝีมือต่างๆ เป็นต้น ให้ลูกเห็น จะเป็นตัวอย่างที่ให้ลูกเรียนรู้ที่จะสนุกและมีความสุขกับการคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ การแสดงให้พวกเขาเห็นถึงวิธีการใช้แนวคิดต่างๆ มาเพื่อแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน จะทำให้พวกเขารู้สึกทึ่งและมีแรงบันดาลใจที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นมา

 

วิธีทำให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์สร้างโอกาสที่ดีให้แก่คนมากมาย ดังเช่นที่เห็นได้ง่ายในปัจจุบัน คือ ยูทูบเบอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และผู้ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ เป็นต้น แม้ไม่ได้นำมาใช้กับอาชีพแต่ยังสามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้  มาฝึกให้ลูกๆ มีความคิดสร้างสรรค์ตามคำแนะนำข้างต้นกันค่ะ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

“พยายามเป็นสามเท่า” (三倍努力) แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังความแข็งแกร่งของนักยูโดผู้แกร่งกล้าที่สุดในประวัติศาสตร์ คิมูระ มาซาฮิโกะ

“พยายามเป็นสามเท่า” (三倍努力) แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง

คิมูระ มาซาฮิโกะ (木村政彦 พ.ศ. 2460-พ.ศ. 2536) นักยูโดผู้แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ จนถึงกับมีผู้กล่าวขานว่า “ก่อนหน้าคิมูระ ไม่มีคิมูระ หลังจากคิมูระ ไม่มีคิมูระ” เรียกว่าสุดแกร่งไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านอยากรู้ว่าความแข็งแกร่งของคิมูระนั้นมีตำนานเล่าขานขนาดไหน ผู้เขียนขอบรรยายสั้นๆ ดังนี้

  • อายุ 15 ได้ยูโดสายดำสี่ดั้ง เอาชนะนักยูโดระดับไล่เลี่ยกันติดกันได้ 6 คน!
  • อายุ 18 ได้ยูโดสายดำห้าดั้ง เป็นสายดำห้าดั้งที่อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ เอาชนะนักยูโดที่สำนักใหญ่โคโดคันติดกันได้ถึง 8 คน!
  • อายุ 30 ได้ยูโดสายดำเจ็ดดั้ง
  • ฝึกคาราเต้สำนักโกจูริว โดยเป็นศิษย์ของ So-Nei Chu ผู้เป็นศิษย์ของอาจารย์มิยางิ โชจุน ปรมาจารย์เจ้าสำนักโกจูริวอีกที จนได้เป็นผู้ช่วยสอน รุ่นเดียวกับโอยามะ มาสุทัตสึ (ผู้ซึ่งภายหลังเป็นปรมาจารย์เจ้าสำนักเคียวคุชิน)
  • อายุ 34 เอาชนะเฮลิโอ เกรซี่ เจ้าสำนักเกรซี่ยูยิตสูได้ด้วยกระบวนท่า “อุเดะการามิ” จนเกรซี่ยูยิตสู (ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “บราซิลเลียนยูยิตสู”) ต้องขนานนามกระบวนท่านี้ว่า Kimura Lock ซึ่งทุกวันนี้เรียกสั้นๆ ว่าท่า Kimura

แต่เบื้องหลังความแข็งแกร่งนี้คืออะไร?

“ถ้าคู่ต่อสู้พยายามหนึ่งเท่า เราก็ต้องทำให้ได้สามเท่า ฝึกมัน (วันละ) เก้าชั่วโมง”

วงการยูโดของญี่ปุ่นสมัยก่อนนั้นมีองค์กรที่เรียกว่า “บุโตคุไค” (武徳会) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสำนักยูยิตสูโบราณ ซึ่งเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่แยกต่างหากจากสำนักโคโคคัน และยังมียูโดอีกแนวหนึ่งที่เรียกกันว่า “ยูโด ม.ปลาย อาชีวะ” (高専柔道 โคเซ็นยูโด) ซึ่งพัฒนาวิชาสาย “ท่านอน” (เนะวาสะ 寝技) ซึ่งแพร่หลายไปตามโรงเรียนมัธยมปลายและโรงเรียนอาชีวะ แต่พอเข้าสงครามโลกครั้งที่สอง การสืบทอดกระบวนท่าพวกนี้ก็ถูกขัดขวาง สำนักโคโดคันก็มาจำกัดพวกท่านอนท่ายืนเห็นว่าเป็นอันตราย (ซึ่งในห้วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านกระบวนที่เห็นว่าเป็นอันตรายก็ถูกจำกัด ถูกห้ามใช้ในการแข่งขันเสียจนท่าพวกนี้พอขาดการเรียนการสอนไปมากๆ เข้าน่ากลัวว่าจะสูญไป) ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือจะบอกว่า คิมูระ มาซาฮิโกะ มาจากสายโคเซ็นยูโดครับ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นเลิศในเรื่องท่านอน ว่ากันว่าขนาดแชมป์ระดับประเทศญี่ปุ่นหรือพวกได้เหรียญโอลิมปิก มาซ้อมบนเบาะกับคิมูระตอนอายุ 40-50 นี่ยังกลายเป็นเด็กน้อยไปเลย

เมื่อคิมูระยังหนุ่ม ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ เดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2480 กับนากาจิมะ มาซายูกิ “เสือแห่งแมนจูเรีย” เมื่ออายุเข้า 20 ปี ซึ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือดนานถึงราว 40 นาที แม้ว่าคิมูระจะชนะ แต่ก็นึกสงสัยและกังวลกับความสามารถของตัวเอง หลังจากกลุ้มใจมาได้ 10 วัน จึงได้ข้อสรุปว่า จากนี้ไปจะต้อง “พยายามเป็นสามเท่า” ฝึกมันวันละเก้าชั่วโมงเลย นี่คือวิถีแห่ง “ยูโดอสูร” อย่างแท้จริง

ตัวอย่างวีรกรรมของความ “พยายามเป็นสามเท่า” มีดังนี้

  • วิดพื้นวันละ 1,000 ครั้ง
  • ยกบาร์เบล 80 กิโล ทำท่า bench press วันละหกร้อยที
  • ฝึกเข้าท่าทุ่ม (อุจิโคมิ 打ち込み) กับต้นไม้วันละพันที แล้วตอนหลังจึงเปลี่ยนมาเป็น
  • ฝึกท่าโอโซโตะการิ (大外刈り เกี่ยวขาด้านนอก) กับต้นไม้

ไม่หลับไม่นอน ฝึกมันยันตีสองครึ่ง โดยมีคติว่า คนนอนก็เหมือนคนตาย เราต้องไม่ตาย ต้องมีชีวิต แล้วฝึกต่อไปยันตีสี่ครึ่ง (แล้วค่อยไปงีบเอาที่โรงเรียน 55)

ฝึกอย่างนี้ สัปดาห์ละหกวัน

เอาคลิปภาพยนตร์การฝึกลูกศิษย์ของคิมูระ มาซาฮิโกะในฐานะอาจารย์กันดูนะครับ ไหวไม่ไหวก็ถามใจเธอดู

 

ผลลัพธ์ที่ได้ คือ

  • ท่าโอโซโตะการิระดับอสูร ไปเล่นที่กรมตำรวจหรือที่โคโดคังทีไรก็เล่นซะคู่ซ้อมหัวฟาดพื้นสมองกระเทือน วันละเป็นสิบคน (จนต้องขอกันว่า เวลาซ้อม ขออย่าใช้ท่านี้)
  • แชมป์ระดับประเทศญี่ปุ่นสามสมัยซ้อน
  • ชนะเลิศการแข่งขันหน้าพระที่นั่งจักรพรรดิ ปี พ.ศ. 2483
  • พอสงครามเลิก ปี พ.ศ. 2492 กลับมาเป็นแชมป์ระดับประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง
  • ปี พ.ศ. 2494 เอาชนะเฮลิโอ เกรซี่ ได้ และชื่อ Kimura ได้กลายเป็นชื่อกระบวนท่าล็อคแขน และเรื่องราวชัยชนะของคิมูระ มาซาฮิโกะ ได้กลายเป็นตำนานเล่าขานในวงการบราซิลเลียนยูยิตสู และเมื่อรบราซิลเลียนยูยิตสูแพร่หลายออกไป ชื่อและตำนานของ  Kimura ก็เป็นที่รับรู้และจดจำไปทั่วโลก
Kimura kesa
ภาพตอนคิมูระใข้ท่า “เคสะกาตะเมะ” สยบเฮลิโอ เกรซี่ ที่มา wikipedia.org

เรื่องจริงเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “ความแข็งแกร่งที่แท้ อยู่ที่จิตใจ” กล่าวคือความมุ่งมั่นที่จะมีชัย มุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่ง ใจมุ่งมั่น เราทำได้ ก่อนจากกันขอฝากคลิปนี้ให้ดูหน่อยนะครับ นี่คือการสาธิตกระบวนท่าในฐานะอาจารย์ แน่นอนว่ามีท่า “อุเดะการามิ” 腕緘 หรือที่บรรดาฝรั่งที่เล่นบราซิลเลี่ยนยูยิตสูพากันเรียกว่าท่า Kimura ด้วย ขอเชิญชม    สล็อตเว็บตรง

6 ประโยชน์ของลูกพลับต่อสุขภาพ ที่คนชอบลูกพลับรู้แล้วต้องหลงรักมากขึ้น

6 ประโยชน์ของลูกพลับต่อสุขภาพ

ช่วงนี้หากเดินผ่านซุปเปอร์มาร์เกตหรือร้านผักตามญี่ปุ่นก็จะเห็นลูกพลับพันธุ์ต่างๆวางจำหน่ายอยู่มากมาย นอกจากความอร่อยที่สร้างความติดใจให้กับคนญี่ปุ่นและต่างชาติแล้วลูกพลับมีประโยชน์มากมาย หากได้รู้แล้วจะยิ่งหลงรักลูกพลับมากขึ้นค่ะ มาดูประโยชน์ของลูกพลับกันนะคะ

คุณค่าทางอาหารของลูกพลับ

ลูกพลับผลเล็กๆอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซี, อี, บี6 เส้นใยอาหาร แมงกานีส ทองแดง แมกนีเซียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารประกอบอินทรีย์ที่มีประโยชน์สำคัญได้แก่ คาเทชิน (catechin), แกลโลคาเทชิน (gallocatechin), เบทูลินิก แอซิด (betulinic acid) และสารประกอบแคโรทีนอยด์ ด้วยความที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารประกอบอินทรีย์ที่สำคัญทำให้ลูกพลับกลายเป็นผลไม้ที่มีคุณค่ามากมาย

ประโยชน์ของลูกพลับต่อร่างกาย

1. ป้องกันโรคมะเร็ง

ลูกพลับอุดมไปด้วยวิตามินซี, เอ และสารประกอบฟีโนลิก ได้แก่ คาเทชินและแกลโลคาเทชิน ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ได้

2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ลูกพลับเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก โดยในลูกพลับหนึ่งผลจะมีปริมาณวิตามินซีถึงร้อยละ 80 ของวิตามินซีที่ควรรับในแต่ละวัน การรับประทานลูกพลับจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต้านทานต่อแบคทีเรีย ไวรัสและราที่ก่อให้เกิดโรคได้

3. ช่วยในระบบการย่อยอาหาร

ลูกพลับประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเส้นใยอาหารที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ดังนั้นการรับประทานลูกพลับจะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียได้ดีขึ้นลดอาการท้องผูก

4. ชะลอความชรา

ลูกพลับอุดมไปด้วยวิตามินเอและสารประกอบพวกบีต้า แคโรทีน, ลูทีน (lutein), ไลโคพีน (lycopene) และคริปโทแซนทิน (cryptoxanthin) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลในการป้องกันและชะลอสิ่งบ่งชี้ของความชรา เช่น รอยเหี่ยวย่น จุดกระ ความเหนื่อยล้า สายตายาวและกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น

5. ช่วยในเรื่องสายตา

 

ลูกพลับอุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพของดวงตา โดยช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคตาที่สำคัญ ได้แก่ โรคต้อกระจกและโรคจุดรับภาพเสื่อม

6. ช่วยควบคุมระดับความดันเลือด

ลูกพลับอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสารขยายหลอดลือดและลดแรงดันเลือด ส่งผลให้เกิดการไหลเวียนที่ดีของเลือดและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ

ลูกพลับ

ลูกพลับเป็นผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนญี่ปุ่นและต่างชาติ ผู้เขียนพบว่าลูกพลับเป็นของฝากที่ถูกใจญาติผู้ใหญ่เมืองไทยมากกว่าขนมของฝากขึ้นชื่อหลายชนิดจากญี่ปุ่น ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการหลวงของเมืองไทยสามารถผลิตลูกพลับหวานกรอบอร่อยจำหน่ายในเมืองไทยมากขึ้น เมื่อได้รู้ประโยชน์มากมายของลูกพลับแล้วอย่าลืมหาลูกพลับอร่อยราคาสมเหตุสมผลมารับประทานดูนะคะ        สล็อตเว็บตรง

Navigation